ดีก็พอ”
เธอหันตัวกลับห้อง เปลี่ยนสวมชุดผู้ชาย สวมหน้ากากสีทองลายดอกลำโพง กลิ่นอายทั่วร่างก็เหมือนจะเปลี่ยนตามไปด้วย
เป็นกลิ่นอายที่รุนแรง เฉื่อยชา และมีความลึกลับ อันตรายราวกับท่านชายแห่งรัตติกาล สัดส่วนบนร่างถูกผูกรัดไว้เสมอ ท่าทางที่เก็บซ่อนไว้ ก็เปิดเผยออกมาในช่วงเวลานี้ ทำให้ผู้คนยากที่จะละสายตา
เธอออกจากเรือนพุ่งไปยังด้านนอกป่า พลังเร้นลับพรั่งพรู ย่างก้าวแปรปรวนแปลกๆ ทำให้เธอรวดเร็วราวกับภูตผีที่ไปมาอย่างไร้ร่องรอย…
ในคุกใต้ดินบ้านตระกูลสวี่
“ฟิ้ว! ผัวะ!”
“อื้ม!”
เสียงตวัดกวัดแกว่งแส้มีเสียงลมดังฟิ้วๆ เมื่อแส้ตีไปแต่ละครั้ง ก็ตามมาด้วยเสียงร้องคร่ำครวญดังขึ้นระงม กลิ่นคาวเลือดที่ปะปนกันหนาแน่นฟุ้งกระจายอยู่ในคุกใต้ดินอันมืดสลัวและชื้นแฉะ
กวนสีหลิ่นที่มีแผลทั่วร่างถูกผูกตรึงไว้บนเสาไม้รูปกางเขน รอยแส้บนตัวต่างทับซ้อนกันไป เลือดสดไหลลงมาพร้อมหยาดเหงื่อ ทำให้เสื้อเปราะเลือดตัวรุ่งริ่งบนร่างเปียกชื้น
ตั้งแต่ถูกจับตัวกลับมา แส้ก็หวดไม่เคยหยุดอยู่เช่นนี้ เขาแสนเหนื่อยล้า แม้แต่เสียงตะโกนยังร้องไม่ออก ทั่วทั้งร่างกายเหมือนไม่ใช่เขา เจ็บเสียจนไร้ความรู้สึก ไม่อาจเงยศีรษะขึ้นได้แล้ว แต่คนที่หวดแส้กลับไม่ผ่อนมือลงเลย ยังคงก่นด่าพลางตวัดแส้ไป
“สำหรับพวกเจ้าที่ฆ่าลูกชายข้า!”
“สำหรับพวกเจ้าที่ฆ่าน้องรองข้า!”
“สำหรับพวกเจ้าที่สังหารผู้อาวุโสทั้งสอง!”
“และสำหรับพวกเจ้าที่เป็นศัตรูกับตระกูลส