หัวใจ
เขาต้องฝึกฝนวิชาบ้าง! แม้จะไม่อาจเทียบกับพี่สาว ก็ยังต้องฝึกฝน! เมื่อเป็นเช่นนี้ จะไม่ต้องให้คนอื่นคอยปกป้อง หนำซ้ำ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ ก็สามารถปกป้องพวกเขาได้
เมื่อฟังคำพูดเขาเรียบร้อย เหลิ่งซวงก็หันมองนายท่านอย่างอดไม่ได้ ในใจรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
หมัดที่นายท่านฝึกฝนใช้โต้ตอบศัตรูได้ด้วยรึ?
ตลอดมานางคิดว่านายท่านนั้นฝึกฝนเพื่อออกกำลังแขนขา นึกไม่ถึงว่ารอบนี้ จะเป็นหมัดไทเก๊กนั่นที่ช่วยอาหวาไว้
หลังจากฟังคำพูดเขาจบ เธอก็พยักหน้ากำชับว่า “เจ้ารักษาแผลดีๆ ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น” ก่อนจะหันตัวเดินออกไปด้านนอก
เหลิ่งซวงตามออกมา เห็นนางยืนอยู่ในลานบ้าน จึงเอ่ยถาม “นายท่าน จากนี้ไปพวกเราจะทำเช่นไรเจ้าคะ?”
“ข้าจะกลับไปเสียหน่อย เจ้าอยู่ดูแลที่นี่ดีๆ ก็พอ”
“นายท่านคิดจะไปช่วยคุณชายคนเดียวรึเจ้าคะ?”
นางตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดอย่างกังวลใจ “กำลังของคนพวกนั้น แม้แต่คุณชายก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ หากนายท่านไปคงจะไม่…”
โยนตัวเองลงตาข่าย? ประโยคนี้ไม่ได้พูดออกมา ในสายตานาง แม้นายท่านจะฝึกฝนหมัดไทเก๊กเสียจนคล่องแคล่ว ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้นำตระกูลอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้น นางแค่ตัวคนเดียว แต่อีกฝ่ายกลับมีมาทั้งวงศ์ตระกูล
ไม่ต้องพูดถึงความต่างด้านพละกำลัง จำนวนคนก็แตกต่างกันมากเกินไป นางจะปล่อยให้นายท่านไปตายได้อย่างไรเล่า?
“เรื่องพวกนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล ทำเรื่องที่ข้ากำชับไว้ให้