มิเช่นนั้น มันไม่เป็นผลดีกับเจ้าแน่”
“ขอรับ” ถูกหัวหน้าสั่งสองซึ่งๆ หน้า องครักษ์ผู้นั้นจึงรีบร้อนก้มหัวขานรับ
ส่วนด้านใน เหลิ่งซวงพาเหลิ่งหวาที่หมดสติเข้าไปในห้อง ตรวจดูบาดแผลเสียก่อน ค่อยพันแผลไปอย่างง่ายๆ ถึงจะรีบปรี่มายังหน้าห้องเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะเคาะที่ประตู
“นายท่าน นายท่านเจ้าคะ” น้ำเสียงนางทั้งร้อนรนและตื่นตระหนกอยู่นิดหน่อย
หลังจากได้ยินเสียง เฟิ่งจิ่วที่หลับสนิทอยู่ในห้องก็ลืมตาขึ้น สวมเสื้อคลุมแล้วเปิดประตู “อะไรรึ?”
น้ำเสียงเธอมีความงัวเงียอยู่บางส่วน แต่แววตากลับไม่ง่วงเลยสักนิด เพราะเธอรู้ ถ้าไม่เกิดเรื่องด่วนอะไรขึ้น เหลิ่งซวงคงไม่มาเคาะประตูตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
“นายท่านเจ้าคะ อาหวามา บนตัวมีเลือดเต็มไปหมด คนก็หมดสติไปแล้ว เกรงว่าทางคุณชายด้านนั้นจะเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินคำพูดนี้ หัวใจเฟิ่งจิ่วก็แทบร่วง “เขาอยู่ไหน? พาข้าไปดูสิ”
…………………………………………………….
ตอนที่ 92 ขัดขวางการเข้าสู่ขั้นสูง!
เหลิ่งซวงนำเขามาไว้ในห้องตัวเอง เมื่อเข้าประตู เฟิ่งจิ่วก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ มาถึงข้างเตียง เห็นว่าเสื้อท่อนบนของเหลิ่งหวาถูกถอดไปแล้ว และกำลังนอนฟุบอยู่ ใบหน้าขาวซีดหันไปด้านนอกน้อยๆ
พอมองรอยกระบี่ลากยาวบนหลังเขา แววตาเฟิ่งจิ่วก็มืดลงเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือคลำชีพจร
เหลิ่งซวงที่ติดตามอยู่ข้างกาย ในดวงตามีแววความกระวนกระวายที่ยากจะปิดบัง เอ่ยว่า “แผลบนหลังอาหวาค่อนข้า