ชราที่ตามหลังมาลูบเคราครุ่นคิด ‘เห็นชัดๆ ว่าไม่มีวรยุทธ์ กลับสามารถสังหารผู้มีวรยุทธ์ได้ หนำซ้ำ นึกไม่ถึงว่าที่แห่งนี้จะมีปรมาจารย์ด้านค่ายกลกระบี่ด้วย ดูท่า บนกายสาวน้อยผู้นั้นยังมีความลับอยู่!’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ดวงตาที่หรี่ลงน้อยๆ ก็ฉายแววประกายอย่างรวดเร็ว
“ชายที่ถูกจับกับสาวน้อยผู้นั้นมีความสัมพันธ์กันเช่นไร?” ชายชรามองถามท่านผู้นำตระกูลสวี่
พอได้ฟังคำถาม ผู้นำตระกูลสวี่จึงหันหน้ากลับมา กล่าวว่า “ชายผู้นั้นเป็นลูกชายของตระกูลกวน วงศ์ตระกูลขั้นกลางแห่งเมืองอวิ๋นเยวี่ย แต่ช่วงก่อนหน้า เล่ากันว่าตายในป่าเก้าหมอบ ข้าเดาว่าสาวน้อยผู้นั้นคงช่วยเขาไว้ ความสัมพันธ์สองคนนี้ไม่เลวเลย เหมือนจะเรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง”
“พูดเสียขนาดนี้ หากนางรู้ว่าชายผู้นี้ถูกจับ คงจะโผล่หัวมาแน่ล่ะสิ?”
“อืม” ผู้นำตระกูลสวี่พยักหน้า ตอนนี้สีหน้าถึงจะผ่อนคลาย “ปล่อยให้เด็กหนุ่มนั่นหนีก็ดี ที่เขาหนี ก็คงไปหาสาวน้อยนั่นเพื่อบอกว่าเขาถูกจับ ข้าไม่เชื่อหรอก ว่ากวนสีหลิ่นอยู่ในมือข้าแล้วนางจะไม่มา!”
ชายชราขมวดคิ้วน้อยๆ เอ่ยถามเสียงเคร่งขรึม “หากตระกูลกวนรู้ว่าเขาอยู่ในมือท่าน จะไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยรึ?”
“เหอะ จะเป็นไปได้เช่นไรเล่า? เจ้ากวนสีหลิ่นนี่เป็นเด็กที่ถูกทิ้งจากบ้านตระกูลกวน คู่หมั้นก็ถูกพี่ชายแย่งไป แค่คนคนหนึ่งที่ถูกตระกูลปล่อยปะละเลย ใครจะไปสนใจว่าเขาเป็นหรือตาย?”
“งั้นก็ดี ตราบใดที่ยังไม่ล่อสาวน้อยนั่น