ออกมา เขายังตายไม่ได้ และไม่ควรเกิดปัญหาอะไรขึ้นด้วย” ชายชรากำชับเสียงเข้ม
ได้ยินคำพูดนี้ ผู้นำตระกูลสวี่ก็ไหวใจน้อยๆ จึงมองชายชราด้วยความสงสัยอยู่บ้าง “ท่านผู้อาวุโส ท่านเป็นยอดฝีมือด้านค่ายกลกระบี่ ไยจึงสนใจค่ายกลกระบี่อันเปราะบางของแม่หนูน้อยนี่เล่า?”
ชายชราชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง สีหน้ามืดขรึมเล็กน้อย “เรื่องของกระผม ท่านผู้นำตระกูลสวี่อย่าได้สงสัย และอย่าได้ยุ่งนักจะดีกว่า จงรู้ไว้เถิด คนยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งตายเร็วเท่านั้น!”
ถูกพูดขนาดนี้ ผู้นำตระกูลสวี่จึงไม่กล้าถามให้มากความอีก อันที่จริงฐานะของชายชราก็ไม่ใช่ที่เขาจะขัดใจได้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
เหลิ่งหวาที่หนีออกมาหลบหอบหายใจอยู่ในตรอก บนตัวเต็มไปด้วยเลือด ที่มีทั้งของเขา และขององครักษ์ที่ถูกฆ่าตาย
เป็นครั้งแรกที่ฆ่าคน กับเหตุการณ์อันตรายก่อนหน้าเขาไม่คิดมากนัก ทว่าเวลานี้ร่างกายกลับสั่นเทิ้มอยู่น้อยๆ มีความนึกกลัวในภายหลัง อารมณ์ก็ยากที่จะสงบลงได้
ซ่อนตัวอยู่ในตรอกสักพัก เห็นรอบด้านไม่มีการเคลื่อนไหว คนพวกนั้นก็ไม่ตามมา เขาถึงจะกัดฟันหยัดกำแพงลุกยืนขึ้นมา อาศัยค่ำคืนมืดมิดเดินทางไปยังเวิ้งสวนท้อ
เขารู้ว่าอีกตัวตนหนึ่งของนายท่านคือภูตหมอ มีความเกี่ยวพันกับตลาดมืด แต่ตอนนี้กลับไม่อาจไปที่ตลาดมืดได้ เพราะที่ผ่านมาล้วนเป็นพี่สาวเขาที่ไปตลาดมืด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่คนพวกนั้นไม่รู้จักเขา ต่อให้เขาเข้าไปได้จริงๆ ก็เกรงว่าจะทำให้กลายเ