าหาพวกเขาตั้งมากมายขนาดนี้!
“กรี๊ด!”
เฟิ่งชิงเกอกรีดร้องเจ็บปวด เพียงรู้สึกว่ามือถูกต่อยไปทีหนึ่ง ต่อจากนั้น ผึ้งสิบกว่าตัวก็ถาโถมเข้าหาร่าง นางตกใจเสียจนต้องตบลงบนร่างตัวเองในทันที
“ไปให้พ้นนะ! รีบไปให้พ้นๆ!”
คาดไม่ถึงว่าจะเห็นพวกผึ้งที่ล้อมเข้ามารุมต่อยนางเพียงคนเดียว มู่หรงอี้เซวียนนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเร่งรีบถอดเสื้อคลุมมาห่อตัวนาง แต่ไม่ทันได้แตะตัว ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง พลันนางตบลงบนร่างตัวเอง แล้ววิ่งออกไปหลายก้าวเพื่อหลบหนีผึ้งพวกนั้นที่ไล่ตามมา
“พี่มู่หรง! ท่านพี่มู่หรงมีผึ้งหลายตัวต่อยข้าเจ้าค่ะ กรี๊ด!”
นางตะโกนพลางวิ่ง ส่วนผึ้งพวกนั้นก็ตามหลังไปติดๆ โดยเฉพาะเมื่อวิ่งพรวดผ่านตรงด้านหน้าที่มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ นักท่องเที่ยวต่างตื่นตกใจ กุมหัวลงหมอบส่งเสียงกรีดร้อง กลับพบว่าผึ้งพวกนั้นไล่ตามแค่เฟิ่งชิงเกอคนเดียว
“นางไปโดนของอะไรเข้าหรือไม่? ไยจึงดึงดูดผึ้งมามากมายขนาดนี้ได้?”
“เมื่อครู่ที่นางวิ่งผ่านมาตรงนี้ บนตัวมีกลิ่นหอม อาจจะประโคมผงหอมมากเกินไปกระมัง”
“ถูกผึ้งตอมมากมายขนาดนั้น เดาว่าใบหน้าคงได้บวมเหมือนหัวหมูแน่”
นักท่องเที่ยวรอบๆ ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างนิ่งดูดายมองเฟิ่งชิงเกอวิ่งไปทั่วป่าต้นท้อ ผู้หญิงบางพวกยังมองนางด้วยสายตาที่ขำขันในความโชคร้ายนี้
ผู้คนมองฝูงผึ้งด้านหลังที่ไล่ตามอยู่ไม่ลดละ พวกมันบินไปต่อยหน้าอย่างรวดเร็วในชั่วขณะ นำมาซึ่งเสียงกรีดร้องของนาง เม