นว่างๆ ออกไปด้วยกันดีกว่านะเจ้าคะ! ข้าจะได้ชมดอกท้อและทิวทัศน์ของอารามสวนท้อกับท่านด้วยพอดี!” นางกอดแขนเฟิ่งเซียวเขย่าเบาๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งเซียวก็หัวเราะลั่น “ฮะๆๆ ไม่ได้ๆ มีอี้เซวียนไปกับเจ้า พ่อไปก็เกะกะเปล่าๆ พวกเจ้าสองคนไปเที่ยวเล่นกันดีๆ ไม่ต้องรีบกลับมาล่ะ”
เขามองที่มู่หรงอี้เซวียน กล่าวว่า “อี้เซวียน แม่หนูคนนี้ รบกวนเจ้าดูแลให้ดีๆ นะ”
กับว่าที่ลูกเขยคนนี้ เขายิ่งมองก็ยิ่งพอใจ สองคนนี้รู้จักกันมาแต่เด็ก ต่างรักใคร่ใจตรงกัน ตอนนี้แค่รอเลือกฤกษ์งามยามดีเพื่อจัดการเรื่องแต่งงานเสีย
“ท่านอาเซียวโปรดวางใจ ข้าจะดูแลชิงเกออย่างดีขอรับ”
เขามองเฟิ่งชิงเกอที่ใบหน้าเหนียมอาย บนริมฝีปากผุดรอยยิ้มออกมา และเก็บซ่อนความแปลกประหลาดในใจไป
เฟิ่งเซียวส่งทั้งสองขึ้นรถม้า หลังจากเห็นรถม้าเคลื่อนออกไปไกล ถึงจะเดินเข้าไปด้านในจวนตระกูลเฟิ่ง
อีกด้านหนึ่ง ที่อารามสวนท้อ
เฟิ่งจิ่วที่เดินตามถนนเส้นเล็กมาถึงด้านในอารามสวนท้อ ยิ่งมองทัศนียภาพด้านในนี้ก็ยิ่งพอใจนัก หากใช้สถานที่เช่นนี้มาเป็นที่พำนัก ถือว่าดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เพียงเหมาะกับการฝึกฝนวิชา ซ้ำยังเหมาะกับการขัดเกลาจิตใจ
อารามสวนท้อตั้งอยู่ในป่าเขาทางทิศใต้ของเมืองอวิ๋นเยวี่ย ทั่วผืนป่าเขาล้วนเต็มไปด้วยดอกท้อหลากสี ที่ไม่อาจมองเห็นปลายทาง
ซ้ำอารามสวนท้อก็อยู่ในส่วนลึกของป่าต้นท้อ เป็นสถานที่งดงามราวสรวงสวรร