น้ำเสียงไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก “ตอนออกไปซื้อของ ข้าได้ยินข่าวในตระกูลมาว่าญาติผู้พี่ข้าจะแต่งงานแล้ว”
รู้จักกันมาเนิ่นนานขนาดนี้ เธอไม่เคยถามทั้งภูมิหลังและชาติตระกูลเขา เช่นเดียวกัน เขาก็ไม่เคยถามเรื่องวงศ์ตระกูลเธอ แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเขาพูดถึงเรื่องในตระกูล
“ท่านอยากกลับไปร่วมงานแต่งเขารึ?”
มือเขาลูบบนบาดแผลตรงช่วงเอวที่หายดีแล้วโดยไม่รู้ตัว กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่น้อยๆ “เสียวจิ่ว เจ้ารู้หรือไม่? ตั้งแต่ข้าอายุหกขวบก็ถูกเลี้ยงอยู่ใต้อาณัติท่านลุง ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ร่วมกับพี่ชาย แม้ไม่ได้เกิดจากท้องแม่คนเดียวกัน แต่ข้าก็เคารพนับถือเขาเสมอ เห็นเขาเป็นเช่นพี่ชายแท้ๆ ทว่า ข้าไม่นึกเลยว่าจู่ๆ เขาจะลงมือสังหารฆ่าจากด้านหลัง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าช่วยข้าไว้ คิดว่าตอนนี้ข้าอาจตายไปแล้ว เดิมทีข้าคิดมาตลอดก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขาต้องฆ่าข้า แต่พอได้ยินว่าเขาจะแต่งงาน ถึงได้รู้ว่าที่แท้ก็เพื่อนาง”
“นาง?” เธองงงันเล็กน้อย
“อืม ผู้หญิงคนนั้นที่เขาแต่งงานด้วย คือคุณหนูที่สามแห่งบ้านตระกูลเคอ นามว่าเคอซินหย่า นางเป็นคู่หมั้นที่ท่านพ่อหมายปองให้ข้าในปีนั้น”
ได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วก็ถลึงดวงตาด้วยความตกตะลึงอยู่บ้าง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ถูกพี่ชายคนญาติลอบฆ่า ซ้ำยังโดนแย่งตัวคู่หมั้นอีก? เธอมองเขาด้วยความเห็นใจน้อยๆ รู้สึกว่าพี่ชายคนใกล้ตัวผู้นี้ช่างน่าสงสารอย่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ