ี่พูด เธอก็ผลักเขาไปที่ห้องข้างๆ
ได้ยินเธอบอกหิว กวนสีหลิ่นจึงยอมความอย่างจำใจ “งั้นก็ดี เจ้าอย่าลืมปิดประตูดีๆ ข้าอาบน้ำเสร็จแล้ว จะมารอเจ้าตรงนี้นะ”
“อืม” เธอขานรับ ถึงจะหันตัวเข้าไปห้องข้างๆ เธอปิดประตูลง และเดินเข้าไปในห้องที่มีน้ำเตรียมไว้แล้วอย่างดี
อาจเพราะได้เป็นพี่คนครั้งแรก กวนสีหลิ่นถึงดูแลปกป้องเฟิ่งจิ่วอย่างใกล้ชิดนัก โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง เขาก็ยิ่งเป็นแบบนี้ หลังจากอาบน้ำอย่างเร่งรีบ สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย เขาก็ออกจากห้องมาเฝ้าอยู่ที่ประตูห้องข้างๆ มันช่างดึงดูดสายตาพินิจมองแปลกๆ จากแขกผู้เข้าพักที่สัญจรไปมาได้ไม่น้อยเลย
เฟิ่งจิ่วใช้เวลาอาบน้ำอยู่นานโข เวลาประมาณครึ่งชั่วยามเต็มๆ ประตูห้องถึงจะเปิดออกจากด้านใน
ขณะที่กวนสีหลิ่นได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านหลังจึงหันไปมอง สองตาเขาเบิกกว้างโตอย่างอดไม่ได้ ในดวงตาเขามีความตกตะลึง และมีความเหลือเชื่อฉายชัดอยู่บนใบหน้า
“เสียว เสี่ยวจิ่ว?”
“อืม” เฟิ่งจิ่วขานรับ มุมปากเธอยกขึ้นน้อยๆ ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง จนเป็นรอยยิ้มที่ผลิบานอยู่บนริมฝีปาก
ถึงแม้ใบหน้าจะเสียโฉม แต่เธอมีรูปร่างดีมาก สัดส่วนโค้งมนปราดเปรียวอ่อนช้อยกับชุดกระโปรงสีแดงแพรวพราวแพร่งพราย ราวกับแสงอาทิตย์สุดระยับจับตา งดงามเสียจนไม่อาจมองได้ตรงๆ
และใบหน้าที่ถูกบดบังด้วยผ้าคลุมหน้าสีแดง ช่างเป็นผ้าคลุมหน้าที่ยิ่งเสริมเติมชั้นความลึกลับให้แก่เธอ ทำให้ทั้งร