่ยถามเสียงเบา “เจ้าคิดจะช่วยเขายังไง? พิษเหมันต์พันปีนี้ ต่อให้เป็นข้าก็ไม่อาจช่วยเขาได้หรอกนะ”
“ไม่ เจ้าช่วยเขาได้” เฟิ่งจิ่วส่งรอยยิ้มที่ค่อนข้างมีนัยยะให้เขาในทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงส์ไฟน้อยก็กระพริบตาปริบๆ อย่างสงสัยเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะถามว่าเธอหมายถึงอะไร? ก็เห็นเธอแก้เสื้อผ้าของหลิงโม่หานออก เผยให้เห็นแผงอกเขาที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งสีขาว และสองมือที่มีพลังเร้นลับเคลือบแฝงก็กดทับลงตรงจุดเส้นประสาทบนร่างเขา
“มานี่สิ” เธอพลันหยุดมือลง แล้วมองไปทางหงส์ไฟน้อย
“หา? ทำอะไรน่ะ?” แม้จะไม่เข้าใจ แต่หงส์ไฟน้อยก็ยังลุกยืนขึ้นเดินเข้าไปตรงข้างๆ เธอ
เฟิ่งจิ่วผุดรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างไม่เข้าท่านักไปทางหงส์ไฟน้อย พอเห็นเขาขนลุกขนพองขึ้นมา แต่ในเวลาต่อมา เขาก็กลับส่งเสียงร้องคร่ำครวญ
“อ๊า! มือข้า! มือข้าเลือดไหลแล้ว… เจ้า เจ้าผู้หญิงคนนี้ เจ้ากำลังทำอะไรกันแน่!”
เขามองเธอด้วยความขุ่นเคือง ใจเขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างมาก
“ยืมเลือดเจ้ามาลองใช้นิดเดียว แค่แผลเล็กๆ ใช้เลือดไม่เท่าไหร่หรอก” เธอดึงมือเขามาตรงริมฝีปากหลิงโม่หาน แล้วใช้เลือดที่ไหลจากนิ้วหยดลงในปากเขา
เมื่อเลือดของหงส์ไฟน้อยเข้าไปในปากเขา ไอเย็นบนร่างก็ค่อยๆ สลายไป ราวกับถูกกดเอาไว้ ร่างกายเขามีไอร้อนพวยพุ่ง และไอร้อนนั้นก็ทำให้เรือนร่างแข็งทื่อได้รับความอบอุ่น ร่างกายที่เดิมทีเคยขดตัวม้วน ในที่สุดก็จะไม่หดตัวอีกแล้ว
“เลือดข้าได้ผล