ขนาดนี้เลยรึ?” ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอ ที่แท้ก็หมายความเช่นนี้
พอเห็นว่าในที่สุดเขาก็อุ่นขึ้นแล้ว เฟิ่งจิ่วถึงจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะอธิบายว่า “เจ้าเป็นหงส์ไฟในตำนาน เลือดของหงส์ไฟนั้นร้อนแรงที่สุด จึงกดพิษเหมันต์ในร่างเขาได้เป็นธรรมดา”
ระหว่างที่พูด ก็ลูบศีรษะเล็กๆ ของเขา เธอพูดอย่างยิ้มๆ “ขอบใจเจ้ามากนะ ถือว่าเจ้าช่วยข้าตอบแทนคนผู้นี้”
“หึ!” หงส์ไฟน้อยเบือนหน้าอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ในใจกลับเบิกบานเพราะคำพูดของเธอ
“เจ้าคิดจะให้เขาอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนกัน? หากเขาตื่นมาจะทำยังไง?”
“ด้านนอกมีคนกำลังตามฆ่าเขา รอสักพักจนคนพวกนั้นเดินไปไกล ข้าค่อยพาเขาออกไป ไอเย็นในตัวเขาถูกกดไว้ คงใกล้จะฟื้นแล้ว ด้วยฝีมือของเขาขอแค่ตื่นขึ้นมาก็คงไม่มีปัญหาอะไร”
ได้ยินเช่นนั้น หงส์ไฟน้อยถึงจะไม่พูดอะไรอีก
และเฟิ่งจิ่วก็ทำจริงอย่างที่เธอพูด หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เธอก็พาเขาออกไปวางไว้บนพื้นหญ้า
“ท่านอา ถือว่าข้าช่วยชีวิตท่านแล้ว ข้ายังมีธุระ เลยต้องจากลากันเช่นนี้” เห็นขนตาเขาขยับน้อยๆ ก็รู้ว่าเขากำลังจะฟื้นขึ้นมา เธอจึงใช้ฝีเท้าแปลกประหลาดวิ่งเข้าไปในป่าทันที…
พอเธอไปได้ไม่นาน หลิ่งโม่หานก็ฟื้น ในหัวเขายังมีเสียงขอทานน้อยผู้นั้นสะท้อนอยู่เลือนราง
เขามองร่างกายตัวเองที่ฟื้นคืนดังเดิมอย่างแปลกใจเล็กน้อย รู้สึกว่าไอเย็นจะถูกกดไว้ เขาตกตะลึงอยู่ในใจ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ก็กลับไม