รสั่นสะเทือนอันรุนแรงพร้อมกับเสียงร้องของกระบี่ที่ลอยมาจากตัวมัน ตรงไปถึงจิตวิญญาณของมัน มือเธอออกแรงดึงกระบี่ออกมาเบาๆ จนมีเสียงดังชิ้ง ตัวมันส่องแสงเย็นเยียบ และกระบี่ที่เคยมีสนิมขึ้นเครอะก็กลายเป็นดั่งกระบี่ที่ถูกหลอมขึ้นใหม่เพียงชั่วพริบตา
พอเห็นแสงสีดำที่สะท้อนอยู่จางๆ บนตัวกระบี่ อักษรชื่อคมพยับที่สลักบนตัวกระบี่ก็ประกายแสงเยือกเย็นขึ้นมาอีกชั้น เธอเอ่ยชมอย่างอดไม่ได้ “ช่างเป็นกระบี่ที่ดีจริงๆ!” เธอหมุนดาบในมือ แล้วร่ายรำไปหนึ่งกระบวนท่า ก็เห็นพลังกระบี่อันหนาวยะเยือกตวัดชิ้งๆ ไปกลางอากาศ มันคมมากทีเดียว
“ท่านอาจารย์นึกไม่ถึงเป็นแน่ ว่ากระบี่คมพยับจะเลือกข้าเป็นนายด้วยตัวเอง” เธอยิ้มเบาๆ ก่อนจะเก็บกระบี่คมพยับไว้ด้านในแหวนห้วงมิติ ถึงจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ถึงสามชั่วยาม พวกเขาก็ยังออกไปไม่ได้สิ?
“ถึงยังไงตอนนี้พวกเราก็ออกไปไม่ได้ ไม่สู้หาที่นั่งพักสักหน่อยเถอะ! ตอนข้าลองดูในห้วงมิติ เผอิญเห็นพวกหนังสืออะไรสักอย่างเข้าพอดีเลย” เธอพูดพลางก็จูงมือหงส์ไฟน้อยไปหาสถานที่ที่มีพลังกระบี่ไม่หนักมากนัก แล้วค่อยนั่งลง
ระหว่างที่เธอดึงหนังสือซึ่งมีกลิ่นอายซ่อนเร้นออกจากในห้วงมิติมาอ่าน ก็พลันรู้สึกถึงสายตาเด็กชายน้อยที่จับจ้องใบหน้าเธออยู่ตลอด จึงเปรยตาขึ้นมองถามอย่างยิ้มๆ “เป็นอะไรเล่า?”
พอถูกจับได้ว่าแอบมอง เขาก็รีบเบนสายตาออกไปอย่างเขินอายน้อยๆ และไม่กล้าหันไปมองเธออีก
แต่ก็ทนความสงสัยใ