มือ แหวนนั้นเปลี่ยนขนาดให้พอดีกับนิ้วมือเธอด้วยตัวมันเอง เธอส่งดวงจิตเข้าไปสำรวจด้านใน เป็นอย่างที่อาจารย์พูดไม่มีผิด ด้านในนั้นมีห้วงมิติที่เก็บของมีค่าและตำราไว้ไม่น้อย ขณะที่เธอจะเข้าไปสำรวจอีกหน่อย กลับพบว่ามีพลังงานบางอย่างสกัดกั้นเธอออกมา
เธอดึงดวงจิตกลับ ไม่เข้าไปสำรวจด้านในอีก แต่พอมองยังภูเขากระบี่มากมาย ก็ถอนหายใจออกมา “ไม่คิดเลยว่าต้องมาหากระบี่คมพยับจากในกองกระบี่มากมายขนาดนี้? ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว!”
“ต่อให้หากระบี่คมพยับไม่เจอ หาเล่มอื่นไปแทนก็ได้ ในสุสานมีกระบี่ดีๆ อยู่ไม่น้อยเลยนะ” หงส์ไฟน้อยพูดต่อจากเธอตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อพูดไป กลับเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงมองเธอเขม็ง พูดอย่างจองหองว่า “เจ้าอย่าคิดมากล่ะ ข้าไม่ได้จะคิดเผื่อเจ้าเสียหน่อย”
“ได้ๆๆ”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะ เธอจูงมือเจ้าเนื้อที่นุ่มนิ่มของเขาขึ้นมา แล้วเดินไปด้านใน “ไปกันเถอะ! ในเมื่อมาแล้ว ก็ลองวนๆ ดู เวลาสามชั่วยาม ถ้าหากระบี่ที่เหมาะสมไม่เจอก็จะถูกส่งออกไป พวกเราต้องรีบทำเวลาหน่อย”
พอโดนนางจูงมือ หงส์ไฟน้อยส่งเสียงหึอย่างอึดอัดนิดหน่อย แต่เขากลับไม่สะบัดมือนางออก ปล่อยให้นางจูงมือพาเดินไปด้านใน
กระบี่รอบๆ มีพลังกระบี่เฉียบคมแผ่ออกมา แต่ละเล่มล้วนถูกเสียบไว้บนพื้น มีคมบางเล่มที่ขึ้นสนิมแล้ว เดินไปสักพักก็ไม่รู้สึกถึงที่อยู่ของกระบี่คมพยับเลย ดังนั้น เธอจึงอยากจะลองดูสักหน่อยว่ากระบี่นั้นเลือกเจ้