านายเช่นที่อาจารย์บอกไว้จริงๆ หรือไม่?
เธอเข้าไปจับกระบี่เล่มหนึ่งแล้วลองดึงมันขึ้นมา ทว่ากระบี่เล่มนั้นกลับเสียบไว้บนพื้นอย่างแน่นหนา ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว ขณะที่เธอคิดจะออกแรงลองอีกสักรอบ ก็รู้สึกถึงพลังกระบี่อันเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่ ทำให้ต้องดึงมือกลับในทันที
“จิ๊ๆ น่าอัศจรรย์จริงๆ” เธอกล่าวด้วยความตื่นตาตื่นใจ ประกายแสงแห่งความอยากรู้อยากลองในดวงตาก็ยิ่งสว่างขึ้น
“มีอะไรน่าอัศจรรย์นัก? กระบี่ในสุสานเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” หงส์ไฟน้อยพูดพลางมุ่ยปาก ศีรษะเล็กๆ เงยมองหญิงโง่ที่เหมือนพวกมือใหม่ไม่มีผิดเพี้ยน ขมวดคิ้วบอกว่า “เจ้าคงไม่ได้คิดจะเดินหาช้าๆ อยู่ในนี้หรอกนะ?”
เมื่อได้ฟังคำพูดนั้น เฟิ่งจิ่วนิ่งไป “ถ้าไม่เช่นนั้นล่ะ?”
หงส์ไฟน้อยแสดงสีหน้าเหมือนเป็นไปตามคาด มองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการดูแคลน “เจ้าโง่มากอย่างที่ข้าคิดไว้เลย”
พอโดนดูถูกเอาเสียดื้อๆ เฟิ่งจิ่วก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ใครใช้ให้เธอไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ ล่ะ!
“คนผู้นั้นไม่ได้ทิ้งพลังเลือดลมไว้ให้เจ้าหรือ? เจ้าหลับตาลงสัมผัสสักหน่อย ลองดูว่ารอบๆ นี้มีกลิ่นอายของกระบี่คมพยับอยู่หรือไม่!”
“แบบนี้ก็ได้รึ?”
เด็กน้อยเชิดคางขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “กระบี่คมพยับไม่ใช่กระบี่ธรรมดา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่บนร่างเจ้ามีพลังเลือดลมของนายคนก่อนอยู่เลย เจ้าจะรู้สึกถึงที่อยู่ของมันได้อย่างแน่นอน”
“งั้นข้าจะล