ัวนั้น และเห็นมันกระโจนมาอย่างทันทีทันใด เธอจึงหมอบลงกลิ้งตัวไปใต้ร่างหมาป่า แล้วใช้กริชในมือวาดฟันขึ้นไป
“ฉัวะ!”
“กรร!”
กริชนั้นผ่าเปิดใต้ท้องหมาป่าจนเป็นแผลลึกด้วยแรงที่ไร้ปรานี หมาป่าสีเทาตัวนั้นแผดเสียงร้อง จากนั้นล้มลงตรงหน้าชายหนุ่มอย่างไม่อาจยั้งไว้ได้เพราะแรงที่พุ่งไปด้านหน้า ดวงตาถลึงมองด้วยความดุร้ายของหมาป่าจ้องไปที่เขาไม่วางตา ร่างมันชักกระตุกสักพัก ปากที่อ้ากว้างขยับเบาๆ สุดท้ายหมดลมหายใจไปทั้งแบบนั้น
“บรู้ว!”
หมาป่าสีเทาที่เหลือแหงนหน้าหอนเสียงยาวอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย กรงเล็บกำลังขุดดิน ปากก็ส่งเสียงหอนกันเบาๆ ดวงตาหมาป่าอันเหี้ยมโหดมองเฟิ่งจิ่วอย่างกระหายเลือดไม่ลดละ แต่กลับไม่กล้าผลีผลามเข้ามาอีก
หลังจากเฟิ่งจิ่วฆ่าหมาป่าสีเทาตัวนั้นก็ผลุงตัวขึ้นยืน พลางมองเหล่าหมาป่าสีเทาด้วยแววตาดุร้าย แล้วยกมุมปากขึ้นราวกับอสุรกายกระหายเลือด “ถ้ายังไม่ไปอีก ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทีละตัวซะเลย” สายตาเธอกวาดมอง ก่อนจะจับจ้องร่างหมาป่าเทาตัวหัวหน้าที่ยืนอยู่บนเนินเขาไม่ไกล
ดูเหมือนมันรู้สึกถึงการขู่เข็ญจากสายตาเธอ ดวงตาเหี้ยมเกรียมคู่นั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่วอยู่สักพัก ก็เงยหน้าส่งเสียงเห่าหอน ไม่นานนัก หมาป่าสิบกว่าตัวที่หมอบเฝ้าอยู่ก็ลุกขึ้นวิ่งออกไป
ชายหนุ่มคนนั้นประคองร่างครึ่งหนึ่งขึ้นมามองอย่างตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าก็มีความเหลือเชื่อ
เฟิ่งจิ่วใช้ขนหมาป่าเช็ดเลือดบนกริชจนสะอาดแล้