วเก็บกลับไป พอหันกลับมาเห็นท่าทางของชายหนุ่ม เธอยิ้มอย่างไม่สนใจใยดี “เจ้าตื่นก็ดี หากไม่ตื่นข้าก็จะไปแล้ว”
เธอเดินไปนั่งลงข้างๆ หยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมาดื่มน้ำอึกหนึ่ง จ้องตากับหมาป่าสิบกว่าตัวมาทั้งคืน จิตใจตึงเครียด แต่ไม่อาจผ่อนคลายได้เลยสักนิด ควรรู้ไว้ว่าในสถานการณ์แบบนั้น หากปล่อยใจไม่ระแวดระวัง ก็อาจถูกหมาป่าพวกนั้นฉีกเป็นชิ้นๆ เมื่อไหร่ก็ได้
“เจ้า เจ้าเป็นใครกัน?” อาจเพราะตกใจกับความป่าเถื่อนก่อนหน้านี้ของเฟิ่งจิ่ว ตอนนี้จึงพูดตะกุกตะกักนิดหน่อย
“ข้าเป็นใคร เจ้าสนใจด้วยเรอะ”
“ชะ เช่นนั้นข้าเป็นใครล่ะ?” พอชายหนุ่มพูดเช่นนั้น ก็กลับกลายเป็นเฟิ่งจิ่วแปลกใจบ้าง
“หรือศีรษะเจ้ากระทบกระเทือนเสียแล้ว? ขนาดตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเป็นใคร?”
เธอพูด จากนั้นเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงยื่นมือไปจับศีรษะของชายหนุ่ม เป็นตามที่คาด มันยังบวมอยู่เป็นก้อนเลย
…………………………………………………….
ตอนที่ 28 วิกฤตที่ซ่อนเร้น!
ชายหนุ่มนิ่งไป เห็นขอทานน้อยผู้นี้โน้มตัวลงมาด้วยใบหน้าที่พอกสีเขียวขุ่น ผ่านไปนานก็ไม่อาจดึงสติกลับได้ จนกระทั่งได้ยินเสียงเขาดังมา
“ตอนที่เจ้าล้มหัวฟาดก้อนหิน เลือดที่คั่งด้านในไปกดทับเส้นประสาท ข้าเดาว่าน่าจะเป็นแค่การสูญเสียความทรงจำระยะสั้น พอเลือดที่คั่งหายไป เจ้าจะดีขึ้นเอง” หลังจากเธอปัดๆ มือแล้วจึงลุกยืนขึ้น “ดีละ เจ้าฟื้นแล้ว ข้าก็ควรไปเช่นกัน”
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ร้อนรน เขาฝืนทนความเ