จ็บตรงแผลที่ท้องไว้พลางรีบลุกยืนขึ้นมา ก่อนตามไปข้างกายเฟิ่งจิ่วอย่างกังวลและไม่สบายใจเล็กน้อย อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้จะพูดเช่นไร จึงทำได้เพียงมองอีกฝ่ายอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ
หลังจากชายหนุ่มยืนขึ้น เฟิ่งจิ่วนิ่งไป ตอนนี้เธอเพิ่งสังเกตว่ารูปร่างเขาสูงใหญ่มาก สูงเลยเธอไปเกินครึ่งศีรษะเต็มๆ หนำซ้ำผิวพรรณสีน้ำผึ้งก็ช่างล่ำสัน หากเทียบกับท่านอาผู้นั้นดูเหมือนยังต้องกำยำขึ้นอีกหน่อย ยามนี้เสื้อผ้าชุดที่สวมอยู่บนตัวเขาคับจนแน่นเล็กน้อย กล้ามเนื้อบนแขนแน่นขนัด ดูราวกับจะทำให้เสื้อปริขาดได้ทุกเมื่อ
เธอกวาดตามองชายหนุ่มที่ตามอยู่ข้างกาย ถามว่า “เจ้าทำอะไร?” เธอก็ช่วยคนไปตามสะดวก แต่ไม่นึกว่าจะมีปัญหาเช่นนี้ตามมาอีก
“ข้า ข้าตามเจ้าไปได้หรือไม่?” ชายหนุ่มมองเธออย่างกระวนกระวาย “ข้าจำอะไรไม่ได้เลย ซ้ำยังรู้จักแต่เจ้าด้วย”
เส้นแถบสีดำปรากฏขึ้นบนหน้าผากเฟิ่งจิ่ว คำพูดนี้ฟังแล้วคุ้นหูนัก…ตอนที่เธอติดตามท่านอาก็เหมือนจะพูดเช่นนี้เหมือนกัน
“ข้า ข้าจะไม่สร้างปัญหาให้เจ้าแน่”
เฟิ่งจิ่วกลอกตา พูดไปอย่างไม่เกรงใจว่า “ตัวเจ้านั่นแหละคือปัญหา”
เมื่อคืนหากไม่ใช่เพราะเขา ไหนเลยจะต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าตลอดทั้งคืน? ด้วยฝีมือและความเร็วของเธอ ต่อให้สู้ไม่ไหวก็ยังหนีได้พ้น
เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรอยู่นาน จึงชายตาขึ้นชำเลืองมอง ทว่าเมื่อเห็นกลับจังงังไปเล็กน้อย
“ผะ ผู้ชายร่างใหญ่เช่นเจ้าจะร้องไห้ไปทำไม?”
หนุ่ม