นเป็นคนพูด เขาไม่ได้พูดเพื่อข่มขู่ แต่เพื่อขอโทษ เขาสามารถเก็บกลั้นความโกรธในใจและสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทั้งยังคุยกับเธอได้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน ช่างทำให้รู้สึกแปลกใจจริงๆ!
“มีนิสัยจองหองแล้วจะคร่าชีวิตใครได้ตามใจชอบรึ? หากข้าหลบได้ไม่เร็วพอ เดาว่าคงไปรายงานตัวที่ยมโลกแล้ว”
เฟิ่งจิ่วมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาเย็นเยียบ ริมฝีปากผลิรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “เมื่อให้มาแล้วไม่ใช้คืนคงเสียมารยาทแย่ อันที่จริงข้าก็อยากตอบแทนคุณหนูผู้งดงามท่านนี้ให้ดีๆ เสียหน่อย” ระหว่างพูด กริชที่จ่ออยู่ตรงคอของเด็กสาวก็กดลงไปเล็กน้อย เลือดสดๆ ไหลออกมาทันที ช่างเด่นชัดเป็นพิเศษเมื่ออยู่บนผิวขาวนวล
“อ๊ะ!”
เพราะความเจ็บเด็กสาวถึงได้สติ แต่ตัวนางกลับแข็งทื่อไปเพราะกริชที่จี้อยู่ตรงคอ ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ใบหน้าก็ปรากฏความตื่นตกใจ “เจ้า เจ้าอย่าทำอะไรซี้ซั้วนะ!”
“ปัดโธ่เอ๊ย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ลูกศรที่ท่านยิงมาเมื่อครู่ทำข้าตกใจ ตอนนี้มือข้าจึงสั่นอยู่นิดหน่อย ไม่ระวังทำท่านเลือดออกเสียแล้ว!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าชายวัยกลางคนมืดครึ้มลง รอยยิ้มเป็นมิตรหายไปภายในพริบตา เขามองเฟิ่งจิ่วพลางถามด้วยเสียงที่กดต่ำลง “เจ้าคิดจะเอาอย่างไรกันแน่?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนั้นก็หยีตายิ้ม “ข้าไม่คิดจะเอายังไง แค่กำลังคิดว่าหากมีเงินทองมาปลอบขวัญสักหน่อย มือข้าก็คงไม่สั่นแล้ว”
ชายวัยกลางคนได้ฟังคำพูดนั้น สีหน้าก