็กลับเป็นปกติบ้างแล้ว เขาส่งสัญญาณไปทางเด็กหนุ่มด้านข้าง แล้วจึงเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าก้าวเดินออกมา ดึงถุงใบเล็กที่ดูไม่สะดุดตามาจากตรงเอว จากนั้นหยิบทองหยวนเป่า[1]สองก้อนออกมา
“ทองคำสองก้อนนี้ ให้คุณชายน้อยไว้ปลอบขวัญเป็นอย่างไร?”
ตอนนี้ดวงตาของเฟิ่งจิ่วกวาดมองถุงใบเล็กของเขาที่ดูไม่เตะตาสักเท่าไหร่ ตามความทรงจำในหัวนาง นั่นน่าจะเป็นถุงฟ้าดินที่สามารถใช้เก็บสิ่งของ เป็นของที่ประเมินค่าไม่ได้ ดูท่าฐานะของเด็กหนุ่มคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่!
สายตาเธอหันมองทองสองก้อนบนมือเขา แล้วกล่าวอย่างดูหมิ่นว่า “นี่ท่านให้ขอทานรึไง? คิดว่าทองคำสองก้อนนี้จะปลอบขวัญข้าได้หรือ?”
สีหน้าเด็กหนุ่มทะมึนลงน้อยๆ เขาชายตามองขอทานน้อยที่เนื้อตัวมอมแมมผู้นั้น แอบคิดว่า ‘แล้วเจ้าไม่ใช่ขอทานหรือไง?’
แม้ในใจจะดูถูก แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงออก และยังหยิบทองคำออกมาอีกสี่ก้อน “แบบนี้ล่ะพอไหม?”
หลิงโม่หานเหลือบมองทองเหล่านั้น แล้วจึงเบนสายตาไปเงียบๆ
เงินประเภททองคำและเงินจะซื้อได้เพียงพวกของในทางโลก ถ้าอยากซื้อของสำหรับการฝึกวิชา หากไม่มีเหรียญมณีก็ไม่สามารถซื้อได้ เมื่อเทียบกับเหรียญมณีราคาแพง ทองคำพวกนี้ยังไม่พอจริงๆ ทว่าสิ่งที่ขอทานน้อยร้องขอกลับไม่ใช่สิ่งอื่น นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะขอเงินทอง ช่างโง่เขลาเสียจริง
เฟิ่งจิ่วคร้านสนใจว่าคนอื่นคิดเช่นไร พอเห็นทองคำพวกนั้นก็ขบคิดในใจ ก่อนพูดว่า “ถือว่าถ้าพวกเราไม่กระทบกระทั่งก็ค