เขาสะบัดขาหลายรอบก็ยังสลัดออกไม่ได้ พอยื่นมือจะแกะตัวออก กลับเห็นเด็กน้อยกรีดร้องและยิ่งกอดแน่น ศีรษะขยับขึ้นไปโดนส่วนอ่อนไหวตรงหว่างขาของเขาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ร่างเขาแข็งทื่อ ทั้งใบหน้ามืดทะมึน
“ปล่อย!”
“ข้าไม่ปล่อย เว้นแต่ท่านจะรับปากพาข้าไปด้วย”
เฟิ่งจิ่วเกาะติดเขาอย่างไร้ยางอาย จึงไม่รู้สึกตัวว่าศีรษะเล็กๆ ของตนชนเข้ากับจุดอ่อนไหวของเขา ซ้ำยังแอบยินดีที่ตนโชคดีในใจ แม้ท่านอาผู้นี้จะเย็นชาอยู่บ้าง แต่ยังดีที่เขาแค่พูด ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือ ชัดเจนว่าเขาเป็นคนไม่ทำร้ายคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีวรยุทธ์
หลิงโม่หานฝืนอดกลั้นอารมณ์อยากฆ่าคนไว้ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ปล่อยมือเสีย ข้าจะให้เจ้าตามไป”
“ฮือ… พี่เขย ข้ารู้ว่าท่านคงไม่เมินเฉยต่อข้า” เธอเช็ดดวงตาที่เดิมทีก็ไม่ได้มีน้ำตาอยู่แล้วเร่งลุกยืนขึ้น กลับเห็นเขาหันกายเดินนำไปด้านหน้า จึงรีบรุดตามไปในทันที
พอเห็นว่าระยะระหว่างทั้งสองคนยิ่งทิ้งห่าง ดวงตาเฟิ่งจิ่วมีประกายยิ้มเยาะพาดผ่าน ไม่แปลกใจเลยที่เขารับปากให้เธอตามไปด้วยอย่างใจกว้างเช่นนั้น ที่แท้ก็คือเหตุผลนี้เอง เพราะเขาอยากสลัดเธอทิ้งสินะ?
น่าเสียดายที่เขาคิดผิดถนัด เธอจะตามฝีเท้าเขาไม่ทันได้อย่างไร? อีกอย่าง ก่อนจะออกจากเขตเมืองแจ่มกระจ่างนี้เธอต้องตามติดเขาไว้ คนผู้นี้ดูแล้วไม่ธรรมดา หากตามอยู่ข้างๆ เขา ทหารอารักขาพวกนั้นคงไม่กล้าเข้ามาขวางแน่
“พี่เขย ท่านเดินช้าๆ หน่อยสิ ข้าใกล้จะต