นึกไม่ถึงว่ายังจะส่งเฟิ่งชิงเกอไปขายในสถานที่อย่างหอนางโลม และคิดจะให้อีกฝ่ายถูกกระทำชำเราจนตาย จิ๊ๆ ผู้หญิงคนนี้นี่นะ! ช่างร้ายกาจเช่นงูพิษจริงๆ
แต่ว่า ตามความทรงจำเดิมของเฟิ่งชิงเกอ ซูรั่วอวิ๋นนี่ก็ดูเหมือนเธออยู่ หรือว่าจะมาจากศตวรรษที่ 21? ทั้งยังเชี่ยวชาญเรื่องยาอีก ไม่เช่นนั้นนางคงทำหน้ากากที่เหมือนกับเฟิ่งจิ่วทุกกระเบียดนิ้วขนาดนั้นออกมาไม่ได้
ยิ่งคิดในใจก็ยิ่งตื่นเต้นอยู่บ้าง แม้เดิมทีรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ดูเหมือนจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ ซะแล้วสิ!
ทว่าเมื่อหลิงโม่หานเบื้องหน้าได้ยินเสียงเรียกท่านอา มุมปากก็กระตุกน้อยๆ เขาลูบเคราบนใบหน้าตัวเองอย่างเคยตัว ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเพื่อสลัดคนด้านหลังทิ้ง แต่สองชั่วยามผ่านไป เขาก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันหน้ามาเหลือบมอง ยามเห็นว่าเงาร่างอันผอมบางนั้นยังคงตามหลังเขาอยู่สามจั้ง[1]กว่า ก็แอบแปลกใจกับตัวเอง
คนที่ไร้วรยุทธ์อย่างเขาตามมาทันได้อย่างไรกัน?
เฟิ่งจิ่ววิ่งหอบฮักตามมา เธอก้มลงใช้สองมือยันเข่าไว้พลางหอบหายใจเฮือกใหญ่ “ฮู่! ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ท่านอา ท่านเดินเร็วขนาดนั้นทำไมกัน?”
หลิงโม่หานขมวดคิ้วพินิจมองขอทานน้อยผู้มอมแมมอย่างละเอียด สักพักจึงพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เจ้าอย่าได้ตามข้ามาอีกเลย ที่ที่ข้าต้องไปคือป่าเก้าหมอบ ที่แห่งนั้นอันตรายยิ่ง เจ้าเข้าไปก็มีแต่ตายเปล่าๆ”
“ไม่ใช่นะ ท่านอา ข้าไม่ได้ตามท่าน เดิมทีข้าเองก็จะไปป