ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกเขาตัดบท
“ข้าไม่ใช่พี่เขยของเจ้า อย่าได้เรียกมั่วซั่ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำมีความเยือกเย็น เต็มไปด้วยแรงดึงดูด และแสดงถึงเสน่ห์ความเป็นชายชาตรี
“หรือว่าข้าทักคนผิดจริงๆ เสียแล้ว? พี่สาวข้าบอกว่าพี่เขยมีหนวดเคราขึ้นดกจึงจำหน้าได้ง่ายนัก” เธอวิ่งเหยาะๆ ไปมองประเมินอยู่ข้างกายเขา แล้วฉีกยิ้มกว้าง “อืมๆ ข้าอาจจะทักผิดจริงๆ พี่เขยของข้าควรต้องอายุน้อยกว่าท่านอีกสักหน่อย”
หลิงโม่หานเดินไปตามทางของตัวเอง เขาเมินเฉยขอทานน้อยข้างกายโดยสิ้นเชิง ในสายตาของเขา ขอทานไร้วรยุทธ์ที่มีแค่ความหลักแหลมเพียงเล็กน้อยหาได้อยู่ในสายตาไม่ ดังนั้นจึงรีบเร่งฝีเท้าไป ย่างก้าวเร็วกว่าตอนอยู่ในเมืองหลายเท่านัก
ฝีเท้าเขาที่เร็วขึ้นทันทีทันใด ทำให้เฟิ่งจิ่วแอบประหลาดใจกับตัวเอง เห็นฝีเท้าเขาเหมือนย่ำอยู่บนพื้นดิน แต่ก็ราวกับว่าสองขาลอยผ่านไปโดยไม่ติดพื้น การเคลื่อนไหวร่างกายเร็วมาก ทว่าไม่ค่อยคับคล้ายกับวิชาฝีเท้าตามเมฆของเธอที่ไปไหนมาไหนได้อย่างไร้ร่องรอยสักเท่าไร
“ท่านอา ท่านอารอข้าด้วยสิ!” ไม่ใช่ว่าเธออยากตามติดเขาไปจริงๆ หรอก แต่พอออกประตูเมืองมาก็เป็นถนนเส้นใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอก็ไม่มีความคิดว่าต้องตามคนผู้นี้ไปทุกหนทุกแห่ง เธอยังต้องหาสมุนไพรมาแก้พิษในร่างอีกนะ!
จะว่าไปซูรั่วอวิ๋นนั่นเลวร้ายอย่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เริ่มแรกที่นางทำเช่นนั้นกับเฟิ่งชิงเกอ นางไม่เพียงแค่แย่งชิงฐานะทั้งหมด