อยๆ นิ้วมือเคาะเบาๆ บนโต๊ะเครื่องแป้ง จนเกิดเป็นเสียงดังก๊อกๆ ขึ้นมา
“พูดมาสิ! เธอเป็นใคร?” นางมองที่กระจก เหมือนพูดกับตัวเอง
แต่หลังจากพูดออกไป ในหัวก็กลับมีเสียงสะอื้นลอยมา “ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ เจ้าล่ะเป็นใคร?”
“เฟิ่งจิ่ว” เธอปริปากบอกไป “เธอคงตายไปแล้วสินะ? แล้วจะทิ้งเสี้ยวจิตของตัวเองไว้ในหัวฉันทำไม”
“ข้าไม่ยอม! ข้าแค้น! ซูรั่วอวิ๋น! ซูรั่วอวิ๋นทำข้าไว้เจ็บนัก…” เสียงสะอึกสะอื้นที่เจือความเกลียดชังดังสะท้อนอยู่ในหัว
เฟิ่งจิ่วเงียบไป ไม่ปริปากส่งเสียงอยู่นาน ทำแค่ฟังเสียงในหัวที่กำลังร้องไห้ ทั้งความเกลียดชังและความไม่ยินยอมลอยมาถึงหัวใจของเฟิ่งจิ่ว ทำให้เธอเกิดความรู้สึกจงเกลียดจงชังที่ไม่ใช่ของตนขึ้นมา
………………………………………………….….
ตอนที่ 4 ความทรงจำที่หลอมรวมกัน
“หยุดร้องไห้ก่อน แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังทีเถอะ!” เธอพูดพลางขมวดคิ้ว แอบคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะอยากทำให้เรื่องวิญญาณในหัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าชัดเจนละก็ เดาว่าเธอคงจากไปนานแล้ว และก็คงไม่มานั่งฟังนางร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดอยู่ตรงนี้
เสียงในหัวชะงักไป แล้วร้องไห้เบาๆ ขึ้นมาอีกครั้ง นางไม่ได้บอกเรื่องราวให้เฟิ่งจิ่วฟังโดยละเอียด เพราะคนฉลาดเช่นเธอย่อมรู้ดี เวลานี้ต้องทำเช่นไรจึงจะดีกับตนที่สุด ด้วยเหตุนี้นางจึงกล่าวว่า “ข้าตายแล้ว และร่างนี้ก็กลายเป็นของเจ้าแล้ว เฟิ่งจิ่ว ข้าเพียงอยากขอร้องเจ้าไว้สองเรื่อง เรื่องแรก ข้าอยากให้ซูร