ั่วอวิ๋นใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น! ฆ่านางตายในดาบเดียวไม่อาจคลายความเคียดแค้นในใจข้าได้ นางต้องได้รับความทรมานจนอยู่ไม่สู้ตายเท่านั้น ถึงจะสามารถขจัดความแค้นในใจข้าได้!”
น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ถึงเวลานี้แล้ว นางรู้ดีว่าตัวเองไม่อาจทวงคืนสิ่งใดได้อีก สิ่งที่นางต้องการคือทำให้ซูรั่วอวิ๋นที่ทำร้ายนางจนเป็นแบบนี้ได้อยู่เหมือนตายทั้งเป็น!
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว เธอไม่ปริปาก เพียงแต่ยกมุมปากขึ้น ดูเหมือนยิ้มแต่ก็เหมือนไม่ใช่ยิ้ม
ตอนนี้ เฟิ่งชิงเกอเหมือนรู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไร จึงพูดอีกว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาจากที่ใด และไม่รู้ตัวตนเมื่อก่อนของเจ้าเช่นกัน แต่จากการตอบสนองที่เยือกเย็นเมื่อครู่กับร่างกายที่คล่องแคล่วนั้น ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ อย่างน้อยก็คงไม่โง่เขลาเช่นข้าที่ต้องมีจุดจบทั้งโดนสวมรอยและถูกฆ่าตาย”
เมื่อได้ยินแล้ว ดวงตาเฟิ่งจิ่วเป็นประกายขึ้นมา รอยยิ้มบนริมฝีปากยิ่งดูลึกล้ำขึ้นหลายส่วน “พูดมาเถอะ! แล้วเรื่องที่สองคืออะไร”
ได้ยินคำพูดนั้น เฟิ่งชิงเกอก็รู้ว่าอีกฝ่ายรับปากแล้ว ขณะที่แอบถอนหายใจ น้ำเสียงนางเศร้าโศกและเสียใจอยู่เล็กน้อย “ครอบครัวของข้าดีกับข้านัก เห็นข้าเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยดูแลพวกเขาแทนข้าได้ อย่าให้พวกเขารู้ รู้ว่าข้าไม่อยู่แล้ว…”
นิ้วเรียวขาวผ่องเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ จนเกิดเสียงดังก๊อกๆ กลับทำให้เฟิ่งชิงเกอกังวลใจขึ้นมา นางไม