นอื่นเขาท่องตารางสูตรคูณกันแล้วนะ!”
“หนึ่งคูณหนึ่งได้หนึ่ง…หนึ่งคูณสองได้สอง…”
เฉินชางเบิกตาโต พูดไม่ออก!
“ใครสอนลูกน่ะ”
“หม่าม้า!”
เฉินชางกลืนน้ำลาย
นี่…เด็กนี่ออกจะชั่วร้ายไปหน่อยแล้ว
เฉินชางลูบคาง คิดไปคิดมาก็พูดต่อ
“เฉาจื๋อ[1]แต่งบทกวีได้ตอนสามขวบ พวกเราจะแค่เรียนคณิตศาสตร์ไม่ได้ ต้องเรียนร้องเพลงแต่งบทกวีเป็นด้วย”
“ห่าน ห่าน ห่าน แหงนมองฟ้าร้องเพลง…”
เฉินชางตาค้าง!
ตนจากไปนานเท่าไรกันเชียว
ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนมั้ง
เจ้าเด็กนี่จะโหดเกินไปแล้วมั้ง
ก็แค่สุดยอดพรสวรรค์ไม่ใช่หรือ
ชั่วร้าย!
เฉินชางคิดไปคิดมา ถ้าตอนนี้เอาเคมีฟิสิกส์ออกมา เขาคงไร้มนุษยธรรมเกินไป
คิดไปคิดมาเฉินชางตัดสินใจใช้เหตุผลกล่อมคน “เจ้าลูกชาย ลูกดู ตอนนี้ลูกเติบใหญ่แล้ว จะบอกว่าปะป๊าแย่งกินไม่ได้ เข้าใจไหม ลูกรู้จักข่งหรง[2]เสียสละไหม”
ดวงตาโตของเฉินหยางเริ่มมีน้ำตาหยดเปาะแปะลงมา
เฉินชางรีบห้ามไว้!
ช่างเถอะๆ!
ผู้ใหญ่ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้น้อย
นอนดีกว่า!
คิดได้ดังนี้ เฉินชางยอมประนีประนอม เขาพลิกตัวแล้วนอนเสีย
เตียงค่อนข้างเตี้ย เฉินชางจึงไม่กังวลว่าลูกจะตกลงไป
พอตื่นขึ้น เฉินชางอึ้งงันทันที
เสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มพื้น
เจ้าเด็กนี่ดึกดื่น