ูเถอะเจ้าค่ะ ต้าเป่าได้รับบาดเจ็บ แต่พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ให้พวกข้าเข้าไปแตะต้อง”
ส่วนเรื่องอื่นกลับไม่ได้พูดถึง
นี่ก็คือจุดที่หลี่ซื่อฉลาด นางไม่ได้แก้ตัว เพียงบอกว่าต้าเป่าได้รับบาดเจ็บ แสดงให้เห็นว่าพวกตนเป็นห่วงต้าเป่าอย่างแท้จริง แต่พี่สะใภ้ใหญ่กลับไม่คิดเห็นเช่นนั้น
ถึงจะไม่ได้อธิบายสถานการณ์โดยละเอียด แต่เมื่อคนนอกได้ยินเช่นนี้ก็ทราบแล้วว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล
ยามนั้น นิ้วมือนิ้วหนึ่งของหลิ่วซื่อชุ่มเลือดไปหมด แต่นางก็ยังไม่ได้สังเกตอาการของต้าเป่า เพียงยืนฟ้องอยู่ตรงนั้นว่า “ท่านแม่ ข้าจะกล้าให้พวกนางมาแตะต้องได้อย่างไรเจ้าคะ ไม่รู้จักหนักเบากันสักคน ถ้าไม่ระวังแล้วทำให้ต้าเป่ามีแผลเป็น สอบเคอจวี่ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร?”
“ท่านแม่ ท่านคงรู้ใช่ไหมเจ้าคะว่านี่เป็นกฎของราชสำนัก บัณฑิตที่มีแผลเป็นไม่อาจเข้าร่วมการสอบเคอจวี่”
“ท่านไม่รู้อะไร เมื่อครู่นี้พวกนางพุ่งเข้ามา ไม่ถามอะไรสักคำก็จะเข้ามาแตะต้าเป่า นั่นจะได้อย่างไร? เรื่องใหญ่แบบนี้ ข้าจะกล้าให้พวกนางมายุ่งย่ามได้อย่างไรเจ้าคะ”
……
คำพูดคำจาแฝงไว้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ว่าพวกหลิวซื่อมือเท้าหยาบกระด้างอย่างเต็มเปี่ยม
“ท่านย่า…” ครั้นเห็นเย่อวี๋หราน ต้าเป่าก็แสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างอดไม่ไหว
คนอื่นเข้าใจว่าเขาเจ็บแผล แต่มีเพียงตัวเขาเองที่ทราบว่าคนที่ทำให้เขาเจ็บปวดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมารดาของเขา
แต่ว่าในฐานะที่เป็นลูกชาย เขาก็ไ