ดูเหมือนจะทำการบ้านมาเป็นอย่างดี“ผมคิดว่าการพัฒนาภายในองค์กรของโรงพยาบาลประชาชนอันดับสองของมณฑลตงหยางความจริงแล้วมีเฉินชางเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ศาสตราจารย์เฉินคือเสาหลักของโรงพยาบาลอันดับสอง การเสริมสร้างเสาหลักคือแรงหนุนสำหรับพัฒนาโรงพยาบาลให้ก้าวหน้า ดังนั้น แผนการของผมซื่อตรงมาก นั่นคือสนับสนุนแผนกรอบข้างที่ศาสตราจารย์เฉินเชี่ยวชาญ สร้างลำดับแบบขั้นบันไดที่เห็นชัดเจน สร้างเส้นทางบ่มเพาะจากระดับหัวกะทิไล่ไปหากำลังหลัก จากนั้นก็ลงไปหาหมอทั่วไป…”การสอบสัมภาษณ์ดำเนินไปราบรื่นมากอันที่จริง สิ่งที่ทำให้การสอบสัมภาษณ์อย่างมีแบบแผนและการสอบสัมภาษณ์แบบสุ่มอิสระแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ก็คือแนวทางคำตอบที่ไร้แบบแผนและไม่ตายตัว!คำตอบจะไม่หมุนอยู่รอบคีย์เวิร์ด ‘คืออะไร’ ‘เพื่ออะไร’‘ทำอย่างไร’คำตอบที่ดูเหมือนจะมีตรรกะมาก เหมาะสมกับการสอบสัมภาษณ์เข้มข้นสูงแบบนี้ กลับกลายเป็นคำตอบที่ไม่พึงประสงค์ที่สุดถึงอย่างไรโรงพยาบาลอันดับสองก็มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เพียงคนเดียว!อีกทั้งไม่ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถแบบกลางๆด้วยดังนั้น ถ้าอยากโดดเด่น จำเป็นต้องแสดงจุดเด่นและความพิเศษของตัวเองให้ประจักษ์แบบนี้ถึงจะทำให้กรรมการสัมภา