ปัญหาด้านประสาทวิทยา
ระหว่างที่ทุกคนหารือกัน เฉินชางก็เริ่มเรียบเรียงความคิดไปด้วย โรคตาบอดจากเยื่อหุ้มสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยมีหลายอย่าง อย่างเช่นโรค ALD [7] หรือภาวะสมองตาย ถึงแม้ม่านตาจะสูญเสียปฏิกิริยาตอบสนองต่อแสงไป แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ปรากฏอาการแบบนี้! โดยพื้นฐานยังตัดรอยโรคทางกลีบสมองใหญ่ส่วนท้ายทอยทิ้งได้ แต่สถานการณ์ในทางคลินิกที่อยู่เหนือความคาดหมายและไม่เข้าใจมีมากเกินไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบสั่งให้ทำ MRI อย่างเร่งด่วนอีกครั้ง!
ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนฟิล์มเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่าอาการของคนไข้ปกติมาก! คราวนี้ทุกคนหนักใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่ความผิดปกติด้านระบบประสาท หรือว่าจะเป็นรอยโรคทางประสาทสายตา เคี่ยวกรำกันมาตั้งแต่ตีห้าจนถึงสิบโมงเช้าก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ญาติผู้ป่วยที่อยู่ด้านนอกกระวนกระวายอย่างถึงที่สุดแล้ว! แม้แต่ผู้ป่วยที่ฟื้นขึ้นมาตามสัญชาตญาณก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ดวงตาจ้องมองสิ่งใดไม่เห็นแบบนี้ ทำให้คนสติเตลิดได้ง่ายมาก
เวลานี้เองจักษุแพทย์คนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นว่า “หรือว่าจะลองให้ฮอร์โมนดูก่อน!”
เทียบกับการรักษาสายตาแล้ว ผลกระทบจากฮอร์โมนไม่ควรค่าพอให้สนใจเลย ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เฉินชางเองก็ค่อนข้างอับจนหนทาง อย่างไรก็ตาม ภาพฟิล์มเอกซเรย์เป็นปกติ แต่ข้อมูลการตรวจพบว่ามีภาวะระบบหายใจเป็นด่าง ควบคู่กับเลือดเป็นกรดในภายหลัง
เฉินชางพลิกอ่านข้อมูลเวชระเบียนท