ข้อความก็ส่งไม่ไปสักที
สีหน้าของเขาเย็นชายิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีไปมากนัก
จากนั้นนิ้วเรียวยาวก็กระชับกุมเข้าหากันทันที ขามีผิวสีซีดจนมองเห็นเส้นเลือดที่กำลังปูด
ราวกับว่าเขากำลังควบคุมตัวเองจากอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่
เธอบอกว่าไม่ช่วย ไม่ใช่ช่วยไม่ได้ …ถ้าอย่างนั้น แสงแห่งชีวิตของเขาก็ขึ้นอยู่กับเธอใช่ไหม?
“เฝ่ย…ไป๋…ลู่…”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทีละคำ ๆ
แสงในดวงตาส่องประกายเย็นชาอย่างแปลกประหลาด เงาดำใต้ร่างไหววูบไปมา
……
เฝ่ยไป๋ลู่หลับตานั่งสมาธิอยู่ในห้องรับแขก ข้างหน้าเธอมีถ้วยชาวางอยู่ใบหนึ่ง
ผ่านไปราว ๆ สามสิบนาที เจ้าหน้าที่โจวผู้อยู่ในเครื่องแบบก็พานายตำรวจหนุ่มสองคนเดินเข้ามา
“ต้องขออภัย พอดีเมื่อครู่มีเรื่องให้ต้องออกไปจัดการจนทำให้คุณเห็นเรื่องตลกซะแล้ว”
เฝ่ยไป๋ลู่ลืมตาขึ้นมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ พลางหยิบชาขึ้นมาจิบ ก่อนจะพูดว่า “เจ้าหน้าที่โจวทำงานเพื่อประชาชน มีเรื่องเร่งด่วนให้ต้องไปจัดการนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่คุณแม่ท่านนั้นหาลูกชายของเธอเจอแล้วหรือยังคะ?”
ไม่ทราบเป็นเพราะเฝ่ยไป๋ลู่พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ หรือไม่ เจ้าหน้าที่โจวถึงได้หายดังเฮือก
เขาขมวดคิ้ว ก่อนกล่าวว่า “ยังเลยครับ พวกมันเป็นแก๊งลักพาตัวน่ะ และตอนเกิดเรื่องก็มีคนเยอะมาก จนทางเราเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน! กลุ่มค้ามนุษย์พวกนี้ก็ใจร้ายซะจริง พอแย่งเด็กไปจากแม่ได้ก็ขึ้นรถหนีไปเล