้นำพูดต่อไปว่า “การวิจัยในประเทศจีนต้องเปลี่ยนเส้นทางเดิน ครั้งนี้ให้เฉินชางลองดู ถ้าเดินได้ดีก็ปล่อยไปได้”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ในที่สุดฉีเหลียนซานก็เข้าใจว่า ทำไมทั้งที่ผู้นำรู้เรื่องนี้แล้วแต่กลับไม่พูดอะไรมาตลอด เพราะเขารู้ว่าในระบบที่มีปัญหาฝังรากลึก ไม่มีทางเป็นการตัดสินใจด้วยคนเพียงคนเดียว เทียบกันแล้วการทำลายแล้วสร้างใหม่จะดูไม่สมจริงมากกว่า เมื่อเป็นแบบนี้ก็ลองเปลี่ยนรูปแบบเสียเลย!
เฉินชางได้ยินคนเหล่านี้พูดคุยกันก็หน้าเปลี่ยนสี ตกตะลึง! “คุณว่าอะไรนะ… ผู้อำนวยการจางมู่พาทุกคนลาออก? หมดเลยเหรอครับ?”
คนที่มีอายุเห็นเฉินชางก็รู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้างแต่กลับจำไม่ได้ แค่พยักหน้าบอก “ใช่ ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจแน่วแน่แบบนี้!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ยืนด้วยอารมณ์ซับซ้อนอยู่กับที่ เขากำลังพยายามเสนอสภาพแวดลอมที่ดีให้ทุกคน ตั้งใจว่ากลับมาครั้งนี้จะเซอร์ไพรส์ทุกคน แต่กลับนึกไม่ถึงว่า… คนเหล่านี้กลับมีเซอร์ไพรส์ใหญ่กว่าให้เฉินชาง
ตอนที่เฉินชางยังหาเงินทุนไม่ได้ ก็ตัดสินใจลาออกอย่างแน่วแน่ นี่คือความเชื่อใจ! คนกลุ่มนี้น่ารักเกินไปแล้ว มีที่ทำงาน มีบ้าน ภรรยาก็มีงาน ลูกก็ได้เข้าเรียน สำหรับพวกเขามันเพียงพอแล้วเหรอ? ย่อมไม่พออยู่แล้ว!
เฉินชางแสบจมูกขึ้นมา เขาซาบซึ้งใจในความเชื่อมั่นของทุกคนจริงๆ แต่ไหนแต่ไรมาเฉินชางคิดว่าตัวเองจะไม่ทำให้คนอื่นผิดหวัง แต่คราวนี้เขารู้สึกถึงควา