ีกหลายปี ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่พวกเขาถึงจะได้ดิบได้ดี เป็นที่พึ่งให้ท่านได้…”
แท้จริงแล้ว จูเอ้อร์กำลังเกลี้ยกล่อมจูต้า บอกเขาว่าใครก็ไปได้ทั้งนั้น แต่จูต้าจะไปไม่ได้เด็ดขาด
จูต้าไม่รู้ว่าจูเอ้อร์มีใจเห็นแก่ตัว แต่เขารู้ดีว่าในฐานะลูกชายคนโตของครอบครัว เขาไม่อาจทิ้งงานเพาะปลูกของที่บ้านได้
การที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเรียนหนังสือไม่ใช่เรื่องที่จะแล้วเสร็จได้ในปีสองปี ถ้าทิ้งงานที่บ้านแล้ว เมื่อไหร่จะได้กลับมาทำต่ออีกครั้งก็ยังไม่รู้
แต่เดิมที่นาของครอบครัวมีเขาเป็นคนดูแล แต่ถ้าเขาไม่ได้ดูแลเป็นเวลาหลายปี แล้วที่นาของครอบครัวยังจะเป็นของเขาอีกหรือ?
ความคิดของจูต้าก็คือ เขาหวังว่าถึงตอนแยกเรือนออกไป เขาจะได้รับที่นาเยอะกว่าคนอื่นเพราะเป็นพี่ชายคนโต
ขอเพียงเขาได้ที่นาส่วนใหญ่มา เขาก็ไม่กลัวว่าจะเลี้ยงลูกชายสองคนไม่ไหว
“ไม่รู้ว่าท่านแม่คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงอยากให้เจ้าเจ็ดไปเรียนที่โจวเสวีย?” จูเอ้อร์ทอดถอนใจ “ทั้งไกลทั้งสิ้นเปลืองเงินทอง สถานการณ์เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ด้วยนิสัยแบบนั้นของจูชี ถ้าไปแล้วถูกคนอื่นรังแกจะทำอย่างไร?”
กังวลเรื่องนั้นกังวลเรื่องนี้ รู้สึกว่าถ้าจูชีไปเรียนต่างถิ่นเช่นนั้นก็คือการเอาตัวไปให้คนอื่นรังแกดี ๆ นี่เอง
“เฮ้อ…” จูต้าถอนหายใจอีกครั้ง “ถ้านั่นเป็นการตัดสินใจของท่านแม่ พวกเรามีใครกล้าคัดค้านด้วยรึ?”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้จะปล่อยไปทั้งอย่างนี้?” จูเอ้อร์ถาม
จู