เวลาผ่านไปเรื่อยๆ!
ความจริงเวลาหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้นานเลย
ทว่าเรื่องนี้กลับกำลังขยายไปเรื่อยๆ
และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
มีผู้คนเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉินชางก็เห็นข่าวนี้ในอินเตอร์เน็ตเช่นกัน
พูดตามตรง หลังจากเห็น เขาเองก็ทรมานมาก
ถึงขั้นรู้สึกเข้าอกเข้าใจ
ทำให้เขาอยากรวบรวมความกล้า แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์บอกพี่ชายท่านนั้นว่าอย่ายอมแพ้ ทุกอย่างจะดีขึ้น!
ทว่าคิดดูดีๆ คำพูดแบบนี้ เขาฟังมามากพอแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงอนาคต หรือความฝันอะไรทั้งสิ้น ถ้าเก่งจริงก็เอาผลงานออกมาให้เห็น!
ถ้าทิ้งคำมั่นสัญญาพวกนั้น ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย!
เฉินชางจึงไม่ได้ตอบกลับในทันที!
แต่อดทนไว้!
วันที่สาม
เฉินชางไม่ได้ไปทำงาน แต่ใช้ช่องทางของตัวเองติดต่อกับหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร ‘เนเจอร์’ และพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “สวัสดีครับคุณโยเทล ผมเฉินชางนะครับ ผมอยากตีพิมพ์บทความ!”
โยเทลอึ้งกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเฉินชาง!
เขาใช้เวลาเพียงสามวินาทีในการนึกว่าเฉินชางคือใคร จากนั้นก็ได้ตัดสินใจ!
“ฉบับล่าสุดจะเผยแพร่มะรืนนี้ ผมจัดการให้วันนี้ได้ครับ ศาสตราจารย์เฉินมีความต้องการอย่างไรบ้าง”
เฉินชางพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ผมต้องการขึ้นหน้าปก!”
ครั้งนี้โยเท