งเลือกใช้การผ่าตัดนี้เท่านั้น
แต่เนื่องจากเป็นแผนสำรอง ย่อมมีปัญหายุ่งยากกว่าแผนการตามปกติหลายอย่าง อีกทั้งมีอัตราความเสี่ยงและมีอาการกระทบต่อร่างกายในภายหลังค่อนข้างมาก!
ระหวางดำเนินการผ่าตัดรากประสาทรับสัมผัสของเส้นประสาทใบหน้า มีความเสี่ยงจะสร้างความเสียหายต่อเส้นประสาทใบหน้า จนก่อให้ส่วนปลายประสาทใบหน้าเป็นอัมพาตได้
แต่ว่าอาการหน้าเป็นอัมพาตนะเรื่องเล็ก หากเกิดความเสียหายต่อก้านสมองจนเกิดภาวะโคมา ประสาทการทรงตัวเกิดความผิดปกติจำพวกวิงเวียนศีรษะและอาเจียนหลังผ่าตัดขึ้นล่ะ!
หยางหมิงที่ยืนข้างเฉินชางกระซิบว่า “ทางประเทศอังกฤษรักษาโรคนี้ด้วยตัวเองไม่ได้เลย โยนปัญหามาให้ประเทศเราสินะ!”
เฉินชางถามด้วยความฉงน “หืม หมายความว่ายังไงครับ”
หยางหมิงเอ่ยต่อว่า “โรคปวดประสาทใบหน้าของเจ้าชายองค์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันสองวันหรอก เคยรักษาในอเมริกา ฝรั่งเศส แล้วก็เมโยคลินิกมาแล้ว”
“เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะมีอัตราเสี่ยงสูงเกินไป หมดหนทางจะผ่าตัดต่อไปได้! ดังนั้น… ผู้อาวุโสหงเลยเรียกพวกเรามาไงล่ะ บอกว่านี่คือภารกิจจากท่านผู้นำ”
“ถ้ารักษาหายได้จริงๆ บางทีนายอาจจะมีโอกาสได้รับพระราชทานเหรียญเกียรติยศจากสมเด็จพระราชินีนาถแห่งประเทศอังกฤษก็ได้นะ!”
พอหยางหมิงพูดจบก็อดขบขันไม่ได้ ตอนนี้เฉินชางเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมทุกคนถึงไม่กดดันมากนัก
ถึงอย่างไรการรักษาโรคนี้ไม่หายก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ถ้ารักษาหาย