ี ๆ ไม่ชอบ เจ้ามาก่อเรื่องแบบนี้ทำไม?
ตัวเองไร้ความสามารถก็อย่ามาทำเรื่องแบบนี้!
แต่ถ้อยคำดี ๆ ก็ยังต้องพูดออกมา พวกเขาสองคนย่อมไม่อาจปล่อยลูกชายคนโตไปโดยไม่ไยดีได้
ผู้เฒ่าทั้งสองหันไปหาเย่อวี๋หราน พยายามสรรหาถ้อยคำน่าฟังมาเกลี้ยกล่อม
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องเกลี้ยกล่อมข้าหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่ใช่คนทำอะไรด้วยอารมณ์ ข้าไม่คิดถึงเขาได้ แต่ไม่อาจไม่คิดถึงพวกลูกชายลูกสาว เจ้าเจ็ดเป็นบัณฑิต ต่อไปต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็จะได้เป็นบัณฑิตเช่นกัน สำหรับคนเป็นบัณฑิตแล้วชื่อเสียงสำคัญยิ่งนัก ข้าไม่มีทางทำเรื่องที่จะทำให้พวกเขาเสื่อมเสียอยู่แล้ว”
เย่อวี๋หรานกล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไป แล้วพูดต่อว่า “แต่ข้าหวังว่าพวกท่านจะช่วยเกลี้ยกล่อมจูเหล่าโถวว่าอย่าไปเที่ยวพูดจาส่งเดชอยู่ข้างนอก ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็โยนมาให้ข้า บอกว่าบ้านนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ”
ผู้เฒ่าทั้งสองมองหน้ากัน ไม่อาจตอบรับได้ในทันที
“ข้ารู้ว่าทำแบบนี้ออกจะทำร้ายศักดิ์ศรีเขา แต่ศักดิ์ศรีของเขาสำคัญเท่าสกุลจูหรือเจ้าคะ? เขาสำคัญ หรือพวกลูกชายหลานชายสำคัญ?” เย่อวี๋หรานมองสีหน้าพวกเขาเต็ม ๆ ตา ใช้ลูกหลานมาเป็นข้ออ้างในการโจมตีแนวป้องกันจิตใจของผู้เฒ่าทั้งสอง “ข้าทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูก ๆ หลาน ๆ ไม่ใช่หรือเจ้าคะ? พวกเขาแซ่จู ไม่ได้ใช้แซ่ตามข้าเสียหน่อย”
คนยุคสมัยนี้ให้ความสำคัญกับสายเลือดและวงศ์ตระกูลยิ่งนัก ในไม่ช้าเย่อวี๋หรานก็โน้มน้าวผู