ผู้อาวุโสฉินดื่มเหล้าไม่ได้ เฉินชางบอกไว้!
เขาเพิ่งผ่าตัดตับอ่อน ทั้งยังใช้เทคนิคฟื้นฟูทางเดินอาหาร เฉินชางจึงตัดไฟแต่ต้นลม เป็นเหตุให้ผู้อาวุโสฉินไม่กล้าดื่มแต่เหล่าหลี่กลับดื่มแก้วเล็กกับเฉินชางอย่างมีความสุข เหล่าฉินมองจนน้ำลายไหล
ข้าวมื้อนี้กินกันสองชั่วโมงเต็ม กับข้าวถูกอุ่นอีกรอบ ผู้อาวุโสฉินเตรียมไปส่งแขก ส่วนเฉินชางก็เตรียมจากไปแต่ในเวลานี้ตอนที่เหล่าหลี่ลุกขึ้นเตรียมจากไป ทันใดนั้นร่างกายเขาง่อนแง่นขึ้นมา เจ้าหน้าที่คุ้มกันเห็นดังนั้นก็รีบพยุงชายชราไปที่อีกด้าน ประคองให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง
เหล่าฉินชะงักเล็กน้อยก็เงียบลงทันที “นี่นาย… โรคเวียนศีรษะกำเริบอีกแล้วเหรอ”
เหล่าหลี่หลับตาไม่เปล่งเสียงก่อนจะพูดในลำคอ “หยุดๆ อย่าเพิ่งพูดกับฉัน ฉันเวียนหัว ไอ้หยา… ลืมตาไม่ขึ้น!”
“ทรมานจริง!”
“ไม่ไหว ให้ฉันนอนหน่อย ฉันรู้สึกเหมือนบ้านหมุน”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันก็นับว่าเห็นจนชินแล้ว รู้ว่าผู้อาวุโสเวียนศีรษะจึงพยุงผู้อาวุโสอย่างระมัดระวังอย่างเปี่ยมประสบการณ์
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นวันสองวัน สถานการณ์แบบนี้พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว ปกติตอนที่เกิดอาการจะไม่ถึงสิบนาที เฉินชางขมวดคิ้วอยู่ด้านข้าง “ผู้อาวุโสเป็นอะไรเหรอครับ”
เหล่าฉินอดพูดไม่ได้ “โรคเวียนศีรษะน่ะ เป็นมานานแล้ว จะกำเริบเป็นช่วงๆ”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง โรคนี้เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
หลังเฉินชางลังเลชั่วครู่ก็ยังคงพยักหน้าแต่… หลั