ย สอบผ่านหรือไม่ผ่านแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า?”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้หรอกนะ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ต่อให้ไม่ใช่คนที่มีชื่ออยู่ในลำดับวงศ์ตระกูลเล่มเดียวกันก็ต้องมีความเกี่ยวพันเชิงเครือญาติกันบ้างนั่นแหละ ย่อมจะได้รับอานิสงส์ไปด้วยไม่มากก็น้อย” คนผู้นั้นออกจะไม่รู้การควรไม่ควร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขามีเจตนาทำเช่นนั้น กล่าวด้วยสีหน้าเคลือบแคลงว่า “คงไม่ใช่ว่าคนจากหมู่บ้านเจ้าสอบไม่ผ่านอีกแล้วหรอกนะ?”
เหล่าจินรู้สึกเสียหน้า: รู้แล้วยังจะมาพูดอีก น่ารำคาญจริง!
ไม่เพียงแต่สอบไม่ผ่านเท่านั้น เขายังได้รู้ข่าวร้ายกว่านั้นมาด้วย…ปีนี้สำนักศึกษาสกุลไป๋เกิดเรื่องแล้ว
เรื่องราวเป็นมาอย่างไร เขาก็ไม่รู้แน่ชัด แต่เขาไปเห็นอาจารย์จากสำนักศึกษาสกุลไป๋ผู้นั้นขึ้นรถม้าไปอย่างรีบร้อน ได้ยินว่าลูกศิษย์ที่ไปสอบเคอจวี่ที่ตำบลอี้คังถูกจับเข้าคุก
ตอนที่เขาทราบข่าวนี้จากท่านป้าที่มาซื้อผักให้สกุลไป๋ก็ต้องตกตะลึง
อะไรนะ เข้าคุกไปแล้ว?!
ตึกตัก!
ตึกตัก!
เขารีบมาขึ้นเกวียนเทียมวัวกลับหมู่บ้านด้วยความร้อนใจ ตั้งใจว่าจะนำข่าวนี้ไปบอกเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสโดยไว
พูดกันว่าสำนักศึกษาสกุลไป๋เป็นสำนักศึกษาที่ดีที่สุดในตำบลอันจิ่วไม่ใช่หรือ กระทั่งลูกหลานขุนนางยังร่ำเรียนอยู่ที่นั่น แต่สุดท้าย…
สุดท้ายกลับเกิดปัญหาขึ้นเสียได้ แล้วคนจากหมู่บ้านเขาที่ไปเรียนที่นั่นจะทำอย่างไร?
ทุกคนในหมู่บ้านของเขาช่วยกันออกเงินเพื่อส