วียเจิ้งเริ่นที่เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ มีชื่อเสียงมานานแล้วไม่ได้มีความหมายอะไร คนอย่างอูฮุยที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรแต่กลับมีความสามารถ ควรจะได้รับโอกาสมากกว่านี้สักหน่อย
เฉินชางเห็นท่าทางของอูฮุยก็อดพูดไม่ได้ “พอแล้ว ผู้ชายด้วยกันไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยน ตั้งใจทำ หลังจากนี้จะมีโอกาสมากขึ้นครับ!”อูฮุยพยักหน้าระรัว “ได้ครับๆๆ! ศาสตราจารย์เฉินชาง ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจริงๆ!”เหมือนอูฮุยสัมผัสได้ว่าฤดูใบไม้ผลิของตนมาถึงแล้ว
เฉินชางยิ้มไม่พูดไม่จา หลังมาถึงห้องคนไข้ก็เห็นหลิวเหวยเจ่อกำลังอ่านหนังสืออยู่ ยังคงเป็น ‘ชุดตำราประวัติศาสตร์จีน’ เป็นเด็กที่มีวินัยในตัวเองจริงๆ บางทีต่อให้ไม่มีสติปัญญาสูงขนาดนี้ เขาก็ยังคงพัฒนาได้ดีมาก คิดได้ดังนี้เฉินชางก็เดินไปข้างหน้า ยิ้มถาม “อ่านหนังสืออยู่เหรอ”
หลิวเหวยเจ่อวางหนังสือลง ยิ้มให้เฉินชาง “คุณอาเฉิน”เฉินชางพยักหน้า “อืม อ่านถึงไหนแล้ว”
หลิวเหวยเจ่ออ่านด้วยสีหน้าจริงจัง “การใหญ่ไม่สนปลีกย่อย มารยาทไม่วิจารณ์เรื่องเล็กน้อย…”เฉินชางยิ้มบอก “รู้ไหมว่าที่จงฝานไคพูดใน ‘บันทึกประวัติศาสตร์-ชีวประวัติของเซี่ยงอวี่ [1]’ หมายถึงอะไร”
หลิวเหวยเจ่อตาลุกวาว “คุณอาเฉินก็เคยอ่านเหรอฮะ! ที่เขาพูดคือคนที่ทำการใหญ่จะไม่ยึดติดกับรายละเอียดปลีกย่อย คนที่มีมารยาทจะไม่วิจารณ์ความผิดพลาดเล็กน้อยครับ”
เฉินชางอดแย้มยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เขาพยักหน้า “แต่การผ่าตัดนั้นแตกต่างอ