หน้าประตูแผนกฉุกเฉินที่หก เหมียวหย่งเจินและหลิวซวิ่นทะเลาะกันขึ้นมาอีกครั้ง!
“ร่างกายของลูกกับการแข่งขันอะไรสำคัญกว่ากัน! เหมียวหย่งเจินผมว่าคุณคิดถึงแต่ผลประโยชน์ คิดแต่เรื่องเกียรติยศ! อย่าเอาแต่ฝันกลางวันได้ไหม อยู่อย่างคนธรรมดาไม่ดีตรงไหน ให้ลูกเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ”
หลิวซวิ่นโกรธจนหน้าแดงจ้องเหมียวหย่งเจินเขม็ง“คิดว่าไปร่วมรายการไม่กี่วัน รู้จักดาราพวกนั้นก็ประสบความสำเร็จมากแล้วเหรอ นั่นไม่ใช่ชีวิตของเรา เรายังต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง!”
เหมียวหย่งเจินอดตะเบ็งเสียงไม่ได้“พอแล้วค่ะ! ฉันรู้ดีคุณไม่ต้องมาสอน ฉันพูดเหมือนฉันเป็นคนผิด ฉันก็หวังดีกับลูก”
หลิวซวิ่นโกรธจนหายใจถี่“เอาแต่อ้างว่าหวังดีกับลูก ถ้าหวังดีกับลูกคุณจะไม่พาลูกไปร่วมรายการวาไรตี้ จะไม่พาเขาไปร่วมการแข่งขัน อย่ามาอ้างว่าหวังดีกับลูก ผมว่าคุณทำเพื่อเกียรติยศของตัวเองมากกว่า! เหมียวหย่งเจินนะเหมียวหย่งเจิน คุณไม่เหนื่อยบ้างเหรอ”
เหมียวหย่งเจินโดนด่าจนไม่เหลือสภาพ โกรธจนใบหน้าคล้ำเขียว ครูใหญ่ก็พูดอะไรไม่ออก! หลิวซวิ่นมองเหมียวหย่งเจินพร้อมพูดว่า“ผมขอบอกไว้ก่อนนะ คุณอย่าคิดจะพาลูกไปร่วมรายการอีก! ผมไม่มีทางให้ไป ถ้าคุณพูดเรื่องนี้อีกเราหย่ากันเลย!”
หลิวซวิ่นพูดจบก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้เหมียวหย่งเจินยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออกอยู่ตรงนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้กระทบกระเทือนจิตใจเธอมาก! เธอรู้สึกเหมือนโ