กทั้งนั้น ตอนนี้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานก็ทำได้แค่พยายามหยิบยกข้อเสนอบางส่วนออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทางโรงพยาบาลตอบ บทสรุปเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วความรับผิดชอบที่โรงพยาบาลต้องแบกรับเบาบางลงเรื่อยๆ
ซึ่งจุดนี้ทำให้ญาติผู้ป่วยร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่ในเวลานี้เฉินชาง ผู้มีฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำโรงพยาบาลที่ถูกเบิกตัวเป็นพยานทางการกล่าวขึ้นว่า
“ทุกท่านครับ จากคำถามเจาะจงของทางศูนย์พิสูจน์ มีคำตอบดังนี้ครับ!”
“ลำดับแรก สำหรับผู้ป่วยอาการเลือดออกในทางเดินอาหาร สมควรมุ่งเน้นไปที่การรักษาโดยการส่องกล้องเป็นอันดับแรก หลังจากรักษาด้วยการส่องกล้องแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพชัดเจน ค่อยพิจารณาถึงการใช้รังสีแพทย์ร่วมรักษาและการผ่าตัดรักษา ในสถานการณ์ที่รักษาด้วยการส่องกล้องจนห้ามเลือดได้แล้ว ปรากฏเลือดออกซ้ำสองคือเรื่องที่เป็นไปได้อยู่แล้ว ในเวลานั้นไม่มีระบุบ่งชี้เลยว่าจำเป็นต้องบังคับให้การผ่าตัดรักษา รวมถึงบังคับกำหนดเวลาในการผ่าตัด หรือทางโรงพยาบาลบังคับให้ผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ได้”
“ลำดับที่สอง การดำเนินการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องพิจารณาในอีกสองด้านไปพร้อมกันด้วยว่า ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่ และผู้ป่วยจะทนรับการผ่าตัดไหวหรือไม่ ในกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง มีภาวะทุพพลภาพ ความเสี่ยงในการผ่าตัดจะสูงลิ่วทิ้งห่างจากการส่องกล้องรักษา”
“ลำดับที่สาม แพทย์ได้แจ้งสถาน