การณ์ของผู้ป่วยรวมถึงแผนการรักษาต่อญาติผู้ป่วยแล้ว แต่ไม่ได้มีข้อกำหนดไว้ว่าจะต้องแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น มีเพียงผู้ป่วยหรือญาติยินยอมให้ดำเนินการผ่าตัดและลงนามในหนังสือรับทราบเห็นชอบแล้ว ถึงจะดำเนินการผ่าตัดได้!”
“กล่าวโดยสรุปคือ ผมเห็นว่าในกรณีนี้การดำเนินงานของแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน รวมถึงนายแพทย์หลี่เยว่ ไม่ได้ผิดพลาดไปในขั้นตอนใดเลย”
ในเวลานี้ทางศูนย์พิสูจน์ก็เริ่มพยักหน้ารับแล้ว “ยอมรับครับ!”
พอเห็นว่าศูนย์พิสูจน์มีความเห็นแบบนี้ ญาติผู้ป่วยมึนงงไปทันที!ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะพัฒนามาเป็นแบบตอนนี้ได้ ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลสมควรยอมประนีประนอมหรอกหรือ เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรแต่ในช่วงเวลานี้เอง ในที่สุดศาลก็ได้ออกหนังสือตัดสินแล้ว
“อ้างอิงจากความเห็นของศูนย์พิสูจน์ โดยมีการคำนึงถึงกระบวนการพัฒนาทางโรคของผู้ป่วย ความยากในการผ่าตัด ปัจจัยอัตราการรอดชีวิต ศาลเห็นว่าผลการเสียชีวิตของผู้ป่วยมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัวของผู้ป่วย แต่มีส่วนต้องรับผิดชอบ 2% ด้วยเช่นกัน ศาลเห็นว่าไม่มีความผิดปกติใดเลย”
“ขอตัดสินให้ทางโรงพยาบาลชดใช้ความเสียหายต่อทางผู้ป่วยสองหมื่นหยวน เป็นค่าชดเชยความสูญเสียทางจิตใจหนึ่งหมื่นหยวน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์หลักฐานและเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหนึ่งหมื่นหยวน”
ผลตัดสินคดีตามมาติดๆ! ด้านล่างมีเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที!ชัยชนะในครั้งนี้อาจจะหมายถึงกา