หลี่เยว่มองรอยยิ้มของเฉินชางก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน“รบกวนคุณแล้วครับ!”
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่รบกวนครับ”
อวี่หย่งกังมีสีหน้าปราศจากอารมณ์ใดๆ แผนกฉุกเฉินถูกฟ้องเป็นเรื่องที่หาได้ยาก ถ้าพวกเราทำผิดแล้วพวกคุณฟ้องก็เข้าใจได้แต่พวกเราพยายามสุดความสามารถ แต่ยังคิดว่าเป็นความผิดของพวกเรา กระทั่งยังใช้สิ่งนี้เป็นฐานขู่กรรโชกเงิน ช่างน่ากลัวจริงๆ!
อีกอย่างสภาพแวดล้อมในปัจจุบันก็ส่งเสริมการข่มเหงอันเป็นแนวโน้มที่ไม่ดีนี้ ทำให้พวกเขาคิดว่าโรงพยาบาลไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่และยอมไกล่เกลี่ยตอนเที่ยงอู๋ถงฝู่โทรมาหา
“หย่งกัง เรื่องนี้….” อู๋ถงฝู่ตัดสินใจหยั่งความคิดเห็น
ผลคือยังพูดไม่ทันจบ อวี่หย่งกังก็พูดออกมาทันทีว่า“ผู้อำนวยการอู ครั้งนี้ผมไม่คิดจะเจรจากับพวกเขา! ในเมื่อเป็นเรื่องใหญ่ไปถึงศาลแล้ว งั้นก็เจรจาต่อหน้าศาลเถอะ”
อู๋ถงฝู่อดหัวเราะไม่ได้ “ใจเย็นๆ คุณอย่าโกรธขนาดนั้น เจตนาที่ผมโทรมาหาคุณคือ ผมเชิญคุณจินที่ปรึกษากฎหมายของโรงพยาบาลมาแล้ว จะให้เขามาช่วยคุณจัดการเรื่องนี้”
พูดถึงตรงนี้อู๋ถงฝู่ก็พูดอย่างเฉียบขาด“เวลาไม่มีเรื่องพวกเราไม่เต็มใจอยากให้มี แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะกลัวเมื่อเจอเรื่อง! นี่ถึงกับไม่ให้แก้ไขบันทึกประวัติคนไข้ แถมยังฟ้องศาล ถึงขั้นหาฝ่ายพิสูจน์พร้อมรังแกกันเกินไปหน่อยแล้วจริงๆ”
“ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องคดีครั้งนี้พวกเราจะจ่ายให้ทั้งหมด ให้หลี่เยว่วางใจได้ เขาจะไม่เส