เฉินชางได้ยินคำพูดนี้ก็อึ้งไปทันที! ไม่ใช่สิ วันนี้เป็นวันที่หัวหน้าอวี่แสดงธาตุแท้ไม่ใช่หรือ ถึงอย่างนั้นโกรธถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะปลอมได้อีกหรือ
“ไม่หรอกมั้ง อวี่หย่งกังโกรธจริงๆ!”
เหล่าหม้าดื่มนมหมดขวดในทีเดียว ก่อนจะเลียริมฝีปากพร้อมเผยรอยยิ้ม “คุณคิดว่าคนที่เป็นหัวหน้าจะโง่เขลาขนาดนี้เหรอ เจ้าเฉินไรเดียงสา! ผมจะบอกให้นะ อวี่หย่งกังเจ้าแผนการมาก! แกล้งทำเป็นโกรธเพื่อข่มขู่เท่านั้นแหละ คุณนะ… ไรเดียงสาเกินไป!”
พูดถึงตรงนี้ เหล่าหม้ามองเฉินชางพร้อมกระซิบ “ผมจะบอกให้นะ เยวเลี่ยง คนนี้อยู่มานานแล้ว ร้ายกาจมาก! แต่คนส่วนใหญ่ล้วนเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าแผนกฉุกเฉินที่สองจะยกทีมกู้ชีพด้านการศัลยกรรมประสาทให้เราเหรอ หัวหน้าอวี่นะ ใช้โอกาสในวันนี้ให้เป็นประโยชน์ ได้ปั่นเยวเลี่ยงพอดี คิดไม่ถึงว่าเยวเลี่ยงคนนี้จะติดกับ!”
เฉินชางมองอวี่หย่งกังอย่างตกใจ เห็นเขาลุกขึ้นพร้อมกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จู่ๆ ก็รู้สึกว่าที่เหล่าหม้าพูดเป็นเรื่องจริง! เฉินชางอดกลืนน้ำลายไม่ได้ เมืองหลวงแผนการลึกล้ำขนาดนี้เลยหรือ! ผมจะกลับชนบท!
วิธีของอวี่หย่งกังได้ตัดปัญหาอย่างเด็ดเดี่ยว ตอนนี้เอง เหล่าหม้าถอนหายใจ “เฮ้อ… แผนกฉุกเฉินก็มีแค่ผมนี่แหละที่อ่านทุกอย่างออก เหงา… ชีวิตช่างเหงาดั่งฤดูหิมะ”
แม้เฉินชางไม่เข้าใจคำว่าชีวิตช่างเหงาดั่งฤดูหิมะ แต่เขาเห็นท่าทางยั่วโมโหของเหล่าหม้า เขารู้สึกว่า ฟ้าผ่