ดเจนยิ่ง บอกพวกเขาว่ายังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไปอีก ยังต้องพยายามต่อไป พรุ่งนี้จะต้องทำได้ดีกว่านี้แน่”
“เอ่อ…นี่ก็ละเอียดเกินไปนะเจ้าคะ!” หลี่ซื่อมีสีหน้าหนักใจ “ข้าไม่เข้าใจกลอนเสียหน่อย จะไปเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ?”
“ยกตัวอย่างอีกสักอันก็แล้วกัน คราวก่อนซานเป่ากินข้าวจนหมดถ้วย เจ้าชมว่าอย่างไรนะ? อื้ม ดีมาก! กินเสร็จแล้วรึ? เช่นนั้นก็เอาจานมาให้แม่” เย่อวี๋หรานอธิบายต่อไปอย่างไม่รีบร้อน “ขณะที่ข้าชมว่า วันนี้ซานเป่าทำได้ดีมาก กินข้าวหมดถ้วยเลย เจ้าดูสิ ไม่เหลือสักเม็ด แม้แต่ผักที่เจ้าไม่ชอบที่สุดก็กินหมดด้วย เก่งจริง ๆ!”
“แบบนี้เขาก็รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงชมเขา?”
“ประการแรกคือเขากินข้าวหมด ประการต่อมาคือกินผักด้วย ใส่ใจรายละเอียดยิ่ง คราวหน้าถ้าเขาอยากได้คำชมจากข้าอีกก็จะกินข้าวให้หมดถ้วยและกินผักด้วยเช่นกัน…”
“แบบนั้นก็จะสามารถแก้ไขนิสัยไม่ชอบกินผักของเขาไปด้วยโดยไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม?”
……
น่าเสียดายที่ต่อให้เป็นหลี่ซื่อที่มากความสามารถ เมื่อพบกับเรื่องเช่นนี้ก็ยังไปไม่เป็นอยู่ดี
เพราะเรื่องการชมคนที่ต้องใช้ทักษะเช่นนี้ นางยังไม่อาจทำได้ละเอียดถึงระดับนั้นในทันทีทันใด
เห็นเย่อวี๋หรานจากไปแล้ว หลิวซื่อกับหลี่ซื่อก็ลุกขึ้นมาอย่างกระวนกระวาย พยายามครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าตนเองได้พูดอะไรผิดไปหรือไม่ ถ้าถูกแม่สามีได้ยินเข้า พวกนางจะทำอย่างไร
“เมียเจ้าสี่ ประเดี๋ยวเจ้าเตรียม