ซองแดงเอาไว้หน่อยนะ อีกไม่กี่วันถ้ามีเจ้าหน้าที่มาแสดงความยินดีที่เรือนก็ต้องให้ซองแดงด้วย เข้าใจไหม?” เย่อวี๋หรานกล่าว
“หา?” หลี่ซื่ออึ้งไปอย่างตามไม่ทัน
“เจ้าเจ็ดไปสอบเสี้ยนซื่อไม่ใช่หรือ? วันนี้ประกาศผลแล้ว ถ้าเป็นข่าวดี ทางตำบลอี้คังจะต้องมาส่งข่าวที่นี่ด้วย อย่างช้าก็วันพรุ่งนี้หรือวันมะรืน ก็จะมีคนมาแสดงความยินดีถึงที่บ้าน” เย่อวี๋หรานเห็นอีกฝ่ายไม่เข้าใจจึงอธิบายเพิ่มเติม
ที่แท้แม่สามีก็หมายถึงเรื่องนี้! หลี่ซื่อระบายลมหายใจออกมา รีบรับคำว่า “เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว”
จากนั้น เย่อวี๋หรานก็เดินจากไป
หลิวซื่อที่เครียดเขม็งในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางลูบอกพลางเอ่ยว่า “ตกใจหมด นึกว่าท่านแม่ได้ยินแล้วเสียอีก”
“ข้าก็ถูกท่านทำให้ตกใจแทบตายแล้ว ต่อไปคำพูดแบบนี้อย่าพูดอีกเลยนะเจ้าคะ ถ้าเกิดท่านแม่มาได้ยินเข้าก็ยุ่งยากแล้ว ท่านแม่เป็นคนอย่างไร ท่านก็ใช่ว่าจะไม่รู้” หลี่ซื่อกล่าว “ท่านลืมเรื่องตอนช่วงปีใหม่ไปแล้วหรือ?”
“โธ่ ข้าแค่…ข้าแค่ลืมไปชั่วขณะนี่นา” หลิวซื่อก็ไม่รู้ว่าควรอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
นางจะพูดได้อย่างไรว่าแค่คิดถึงค่าเล่าเรียน นางก็กังวลใจแล้ว จากนั้น…
“ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะเจ้าคะ”
“ข้าจะกล้าทำเรื่องแบบนี้อีกได้อย่างไร” แม้เรื่องตอนปีใหม่ แม่สามีไม่ได้ยกมาตำหนินางอีก แต่หลิวซื่อทราบดีว่าแม่สามีไม่พอใจ
หลังช่วงปีใหม่ ไม่เห็นหรือว่าแม่สามีไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับพี่สะใภ้ให