หัวหน้าเยว่ที่ถูกย้ายมาปีนี้อายุสี่สิบกว่าปี เห็นใครก็ยิ้มแย้ม ให้ความรู้สึกที่ไม่เลวมากทีเดียว
แต่เฉินชางในตอนนี้ไม่ใช่คนหนุ่มที่เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อตอนนั้นอีกแล้วเขาไม่จำเป็นต้องตั้งใจรักษาความสัมพันธ์
พูดแบบมั่นใจหน่อยคือ ความสามารถบนตัวของเฉินชางไม่จำเป็นต้องทำให้เขามาประดับรอยยิ้มให้ใครต่อใครทุกวัน
พูดแบบถ่อมตัวหน่อย เขาเป็นแพทย์ฝึกงาน ไม่มีใครมีความสัมพันธ์กับเขามาก
แต่ดอกเตอร์ที่รับมาใหม่เหล่านี้กลับทำให้เฉินชางตาวาวคนพวกนี้มีแววไม่เลว เพิ่มการฝึกฝนหน่อยจะต้องเป็นคนมีความสามารถได้แน่นอน!
ทางฝั่งสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ พวกเจียวหลิงก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นชุดเฉินชางเฝ้ารอผลลัพธ์ของเรื่องนี้มาก
วันนี้เยว่เลี่ยงเดินเข้ามาหา ยิ้มถาม“ศาสตราจารย์เฉิน คืนนี้ผมชวนหัวหน้าแผนกเราไปเที่ยว ตอนกลางคืนพวกเราออกไปนั่งหาอะไรกินกันดีไหมครับ”
เห็นเฉินชางเงียบ เยว่เลี่ยงก็รีบบอก“พวกเราเพิ่งมากันไม่ใช่หรือ พาทุกคนไปทำความสนิทคุ้นเคย เชื่อมสัมพันธ์กันสักหน่อย”
เฉินชางยิ้มกระดากอาย“หัวหน้าเยว่ ผมอยากไปมากครับ…แต่คืนนี้ผมเป็นหัวหน้าแพทย์ดูแลไข้ ไปไม่ได้จริงๆ ครับ”
เยว่เลี่ยงได้ยินดังนั้นก็บอก“โธ่ ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร หัวหน้าแพทย์ดูแลไข้ไม่ต้องอยู่ในโรงพยาบาล ปัญหานิดเดียวครับ”
“วันหลังเถอะครับ ผมเป็นเจ้าภาพเอง ทุกคนเพิ่งมา เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวทุกคนเอง”พูดจบเฉินชางก็ขอโทษแล้วก็เตรียมจะจากไป
เยว่เลี่