ทุกคนในห้องก็ต้องตกตะลึง
ได้ยินข้อมูลน่าตื่นตะลึงออกมาจากปากชายคนนี้
ทุกคนรวมถึงเฉินซางอดกำหมัดแน่นไม่ได้
สวะแบบนี้ ตายก็ช่าง!
ไม่สิ! ตายยังไม่พอด้วยซ้ำ!
แต่ละปีของเข้ามาในเมืองหลวงจากเส้นทางไหน
ต้นสายจากไหน มีแหล่งกบดานที่ไหนบ้าง
เบาะแสช่วงนี้เป็นอย่างไร…
ตอนที่ปัญหาต่างๆ ถูกพูดออกมา ภายในห้องเงียบกริบ
ชายคนนั้นก้มหน้า บางทีอาจสลบไปแล้ว
ทุกคนไม่อยากไปสนใจความเป็นตายของชายคนนี้จริงๆ
โทษของชายคนนี้ ทำให้เขาตายได้หลายครั้งด้วยซ้ำไป
เจียวหลิงยืนอยู่ตรงนั้น มองเจ้าหน้าที่บันทึกกับเจ้าหน้าที่สอบสวน
เขาถามเสียงเข้ม
“เป็นยังไงบ้าง”
“บันทึกไว้หมดแล้วครับ!”
จากนั้นเขามองเฉินซาง
“ศาสตราจารย์เฉินนี่… เชื่อถือได้เท่าไรครับ”
เฉินซางก็ไม่แน่ใจ
“ได้เป็นส่วนใหญ่ครับ ทว่า… รายละเอียดอาจมีแตกต่างกันบ้าง
เพราะหลังใช้สโคโปลามีน คนไข้จะเข้าสู่สภาวะเห็นภาพหลอนที่ปั้นแต่งขึ้นเอง
บทสนทนาบางอย่างเขาอาจเติมแต่งความทรงจำตามเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง”
หลังเจียวหลิงฟังจบก็พยักหน้า ส่งสายตาให้คนรอบข้าง
“อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”
ในเวลานี้ นอกจากพวกเจียวหลิงก็มีแค่เฉินซาง อวิ๋นหยงกัง หลัวโหยวไอ และอูถงฝู่สี่คนที่อยู่ในห้อง
เขามองทุกคน
“ศาสตราจารย์ทุกท่าน เรื่องในวันนี้… สำคัญมาก…
จะต้องเก็บเป็นความลับ ก็ห้ามบอกใครเด็ดขาด!”
หลังออกมาจากในห้องฉุกเฉิน ทุกคนก็เปลี่ยนสีหน้า
ดูเหมือนค่อนข้างผิดหวัง
สีหน้าของเจียวหลิงในตอ