ลงจอดในช่วงค่ำ เฉินชางยังกลับไปที่อันหยางไม่ได้ เพราะเป็นช่วงค่ำ เจี่ยเจิงจึงพาทุกคนไปกินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งในห้องส่วนตัว เจี่ยเจิงเดินมาหาเฉินชางด้วยตัวเอง เทเหล้าให้แก้วหนึ่งเอยด้วยรอยยิ้ม“ศาสตราจารย์เฉิน ครั้งนี้คุณสร้างผลงานแล้วจริงๆ! ครั้งนี้ถ้าไม่ได้คุณละก็ จุ๊ๆ… สรุปคือ ให้คุณจำไว้เลยว่าผมจะรายงานคุณูปการทั้งหมดในครั้งนี้ของคุณต่อท่านผู้นำตามความจริง!”
“แต่ว่า อย่าหาว่าผมไม่เตือนเลยนะ ขอแค่คุณไม่ก่อความผิดร้ายแรง อย่างเช่นทรยศชาติสมคบศัตรูอะไรทำนองนั้น ชั่วชีวิตนี้ของคุณก็มั่นคงแล้ว!”อาจเป็นเพราะเมานิดหน่อยแล้ว หรือเป็นเพราะดีใจมาก เจี่ยเจิงจึงตบไหล่เฉินชางแล้วพูดออกมาเฉินชางได้ยินก็ยิ้มให้ “รัฐมนตรีเจี่ย ผมเป็นแค่หมอคนหนึ่ง ไม่มีความคิดอย่างอื่นหรอกครับ!”
เจี่ยเจิงได้ฟังก็ยิ้มอย่างลึกลับ “หมอน่ะสิดี ใครๆ ก็ไม่พ้นไปจากหมอทั้งนั้น ใช่ไหมล่ะ ก็เหมือนท่านผู้นำของพวกเราไง ท่านก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเหมือนกัน!”พอเขาเอยออกมาก็ทำให้เฉินชางมึนงง! ถึงขั้นที่หัวใจร้อนวูบวาบขึ้นมา นี่ออกจะค่อนข้างจงใจกันแล้วมั้งเขารู้วาที่ท่านผู้นำที่เจี่ยเจิงกล่าวถึงคือใคร เขามองเจี่ยเจิงด้วยความฉงน
แววตาเจี่ยเจิงเจือรอยยิ้ม แค่ยิ้มให้เงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ถึงได้เอยเนิบๆ ว่า“ศาสตราจารย์เฉิน ผมจะพูดตามตรงนะ ผมไม่เคยคิดเลยว่าหมอคนหนึ่งจะมีบทบาทสำคัญมากขนาดนี้ ครั้งนี้ลำบากคุณแล้วจริงๆ”“ในวันหน