ยู่ในเขตเมืองหลวงมารวมตัวที่กระทรวงสาธารณสุขครบถ้วนแล้ว
เจี่ยเจิงมองทุกคน ถ่ายทอดข้อมูลภารกิจให้ มีกองกำลังชั้นยอดหนึ่งจำนวนสามสิบคนที่จะติดตามทุกคนออกปฏิบัติภารกิจด้วย เมื่อได้เห็นสมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้แล้ว ดูเหมือนทุกคนจะทราบถึงความยากของภารกิจในครั้งนี้แล้ว
เบื้องหลังของภารกิจความช่วยเหลือทางการแพทย์ธรรมดาๆ อาจจะมีปมเหตุแฝงเร้นอยู่ ไม่อย่างนั้นแค่แจ้งให้ทราบอย่างเปิดเผยก็ใช้ได้แล้ว จะทำแบบนี้ไปทำไม
เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า เครื่องบินพร้อมออกเดินทางแล้ว คณะหกสิบกว่าคนขึ้นเครื่องเรียบร้อย เจี่ยเจิงมองเวลา ในตอนนี้เอง มีสายเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากวางสายแล้ว เจี่ยเจิงมีสีหน้าค่อนข้างร้อนใจ
“ไม่ทันแล้ว แจ้งทางสนามบินให้เตรียมออกเดินทางเลย”
เสี่ยวรุ่นฟางผงะไป “ไม่รอแล้วเหรอคะ”
เจี่ยเจิงส่ายหน้า “ไม่รอแล้ว ไม่ทันเวลาแล้ว ให้พวกเขาไปก่อนเถอะ”
สิบนาทีต่อมา เครื่องบินเหินสู่ฟ้า
บนเครื่องบิน เหล่าหม่ามองสวีหย่งกังเล็กน้อย “ลูกพี่ เฉินชางไม่ได้มาด้วย”
สวีหย่งกังตอบว่า “ไม่มาก็ดีแล้ว เด็กคนนี้ใกล้จะแต่งงาน ฉันดูระยะเวลา พวกเรากลับมาทันไปร่วมงานแต่งพอดี”
เหล่าหม่าได้ยินก็ว่าสมเหตุสมผลมากเช่นกัน “นั่นสินะ ผมเตรียมของขวัญไว้หมดแล้ว”
ผู้นำคณะคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศเขตเอเชียคนหนึ่ง ชื่อเจิงกั่วเท่า เขาเป็นคนรู้จักเก่าแก่กับสวีหย่งกัง พอเห็นสวีหย่งกังพูดแบบนี้ก็อดถาม