กวันหลังเลิกงานจากโรงพยาบาลอันดับสองก็ไปที่โรงพยาบาลตงต้านสาขาหนึ่ง
อาจารย์เมิ่งซีเป็นคนดีมาก แทบไม่ตระหนี่กับตัวเองเทคนิคการผ่าตัดและแนวคิดทั้งหมดมีอิทธิพลต่อเฉินชางมากจริงๆแน่นอนว่าเพราะอาจารย์เมิ่งมีความสามารถจำกัด
อย่างไรก็ตรวจรักษามาแค่สามปี จะมีประสบการณ์ทางการรักษาเท่าไรกันเชียวมิหนำซ้ำช่วงปริญญาเอก เวลาที่เมิ่งซีทำวิจัยยังมากกว่าเวลาทำการรักษาเสียอีกแต่ในด้านชีวิต อาจารย์เมิ่งซียังคงดีต่อเขาไม่เลว
สั่งข้าวให้ทุกครั้ง แถมยังพิจารณาถึงว่าเฉินชางยังหนุ่มยังแน่นจึงสั่งอาหารสองชุดให้เขาทุกรอบ เก่อฮว่ายได้แต่มองอีกอย่าง… อาจารย์เมิ่งซีก็ใจเย็น ตอนผ่าตัด ตัวเองกังวลก็ชอบบอกเธอ
แต่อาจารย์เมิ่งซีก็ไม่ถือสา อย่างมากก็ถลึงตาโหดใส่เขา สังหารทางสายตาเท่านั้นอย่างไรเสียอาจารย์เมิ่งก็อกโตไร้สมอง หลังผ่าตัดเสร็จเธอก็ลืมแล้วกลับพาตัวเองไปหาอะไรกินอย่างร่าเริง
ด้วยเหตุนี้เฉินชางจึงยังคงค่อนข้างประทับใจเห็นว่าใกล้จบการศึกษาแล้ว เฉินชางกลับอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยทันใดนั้นเฉินชางบังเกิดความคิดหนึ่ง… ไม่งั้น… ย้ายอาจารย์เมิ่งมาดีไหม
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางก็คิดว่านี่เป็นวิธีการที่ควรค่าแก่การขบคิดย้ายอาจารย์เมิ่งซีมาแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองให้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแผนกศัลยกรรมทรวงอกฉุกเฉินชั้นหนึ่ง
ประการแรกเพราะอาจารย์เมิ่งเชื่อฟัง ประการต่อมาคืออาจารย์เมิ่งเชื่อฟังมาก!เฉินชางรู้สึกว่าความคิดนี้