าและสถานที่ไว้แล้ว คุณยังจะบอกว่าเป็นกาถ่ายทำอีก!’
‘ทุบแตกแบบนี้ ถ้าต้องชดใช้จริงๆ จะต้องเสียเงินมากขนาดไหนกัน’
‘กระจกหน้ารถแพงมากนะ’
พอเห็นคอมเมนต์ ทั้งบ้านตะลึงงัน
ในเวลานี้ มีเสียงเปิดประตูแว่วขึ้นมา
เฉินชางเปิดประตูเดินเข้ามา หลังจากเห็นทั้งสามคนก็ผงะไปทันที
“เยวเยว่ คุณลุงคุณป้า พวกคุณมาได้อย่างไรครับ”
หลังจากเห็นเฉินชาง น้ำตาฉินเยว่ไหลออกมาทันที เธอเดินเข้าไปหาอย่างร้อนใจ รีบคว้ามือเฉินชางมาเป่าอย่างระมัดระวัง
“เจ็บไหม”
เมื่อเห็นความอ่อนโยนที่เปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของฉินเยว่ เฉินชางนึกตำหนิตนเองในใจ
บางครั้งก็ไม่ควรวู่วามเกินไปจริงๆ อายุเกือบสามสิบอยู่แล้ว ต้องหัดคิดให้มากหน่อย
เฉินชางยิ้มให้ “ไม่เจ็บหรอก ไม่ส่งผลกระทบเลยสักนิด เป็นบาดแผลภายนอกทั้งนั้น อาทิตย์เดียวก็หายแล้ว! ไม่เป็นไรหรอก!”
ฉินเยว่หน้าตึง “ต่อไปนายต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ!”
เฉินชางพบว่ามีผ้าพันแผลหุ้มมือทั้งสองข้างอยู่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน อย่างน้อยก็สะดวกมากตอนใช้ซับน้ำตาให้ฉินเยว่
“เอาละ พ่อแม่เธอมาหาทั้งทีนะ อย่าร้องไห้สิ!”
ฉินเยว่มองมือของเฉินชาง เอ่ยอย่างแง่งอนมีน้ำโห “เห็นก็เห็นไปสิ ฉันก็อยากให้พ่อแม่ว่านายด้วย!”
พูดไปพูดมา ฉินเยว่ก็ยังคงค่อนข้างกังวลใจอยู่ “ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม”
เฉินชางพยักหน้า ขยับนิ้วเล็กน้อย “เธอดูสิ!”
พอฉินเยว่เห็นก็รีบพูดว่า “โอเคๆ ไม่ต้องขยับแล้ว”
ฉินเสี้ยวยวนเดินเข้ามาในเวลานี้ เขาม